semi buffet Lunch ที่ Embassy Room @Park Hyatt 1,450 ชิ้งใจดีมีส่วนลดมาฝาก 30% ทั้ง lunch และ dinner

LINE it!
เอ็มบาสซี รูม (Embassy Room) คือ 1 ในห้องอาหารสุดโปรดของชิ้งเลย ยิ่งตอนนี้เค้าจัด Lunch sets ขึ้นมาใหม่ ในสไตล์ semi buffet ซึ่งก็คือมีส่วนของโซน The pantry ให้เราเข้าไปตักอาหาร สลัด ชีส และขนมหวานได้แบบ All you can eat แล้วยังสามารถเลือก main course ได้อีก 1 เมนู โดยที่เชฟแอบบอกว่า อาหารจานหลักที่นี่จะเสิร์ฟออกมาแบบจานใหญ่ สนนราคา main dish มีตั้งแต่จานละ 520-1,550 บาทเลยทีเดียว แต่เหมาจ่ายคนละ 1,450บาทพอ ราคานี้รวมกาแฟหรือชาด้วยค่ะ

The Pantry ที่ให้เราเข้าไปตักอาหาร สลัด ชีส ขนมหวานได้แบบไม่อั้น!

















แซลมอนรมควัน

Fusilli pasta, rocket pesto & buratta, sundried tomato



Taboulet

Watermelon & Feta Cheese

ยำส้มโอ



station ซีซาร์สลัด

มุมของหวาน บอกเลยว่าขนมที่ Embassy Room แจ้มม้วก! อร่อยโฮก ลืมขนมหวานบุฟเฟ่ต์โรงแรมแบบเบๆไปได้เลยค่ะ



New York cheesecake

Carrot cake

Brownie

Mango cheesecake

Baked vanilla custard

Macaron



Apple tart

 
อาหารใน The Pantry นี้ก็จะสลับหมุนเวียนไปในแต่ละวัน เพื่อให้ลูกค้าไปกินได้ทุกวันไม่มีเบื่อค่ะ
 
มาถึงตรงนี้จะเริ่มสังเกตุเห็นแระว่าเชฟอยากนำเสนอความหลากหลายของเมนูนานาชาติ คือมีทั้งอาหารตะวันตก และเอเชียน โดยที่เชฟพยายามหยิบจับวัตถุดิบที่หาได้ในบ้านเรา มาผสมผสานเข้าไปในเมนู เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและชาวบ้านนั่นเอง น่ารักเน้อ ^__^ แล้วนั่งกินสบายๆภายใต้คอนเส็ป 'ประสบการณ์การรับประทานอาหารเสมือนบ้าน' เพราะเราจะได้เห็นโชว์การทำอาหารสดๆ ภายในครัวแบบเปิดของ เอ็มบาสซี รูม ที่สวยมั่กๆ หยั่งกับชวนเพื่อนๆ และครอบครัวมากินอาหารกันที่โต๊ะอาหารบ้านตัวเอง กับฝีมือการทำอาหารของคุณแม่ แต่เป็นคุณแม่ที่มีฝีมือการทำอาหารขั้นร้ายกาจนะค้า





เชฟ Pierre (Chef De Cuisine) ของ Embassy Room หล่อเน๊าะ อิอิ

 
หิวแย้ววววว มาหม่ำกันดีก่า...

เสิร์ฟขนมปังและเนยมาให้ทันทีที่ถึงโต๊ะค่ะ

ตามมาด้วย soup of the day ซึ่งที่เห็นนี่คือ Turnip Soup
Turnip Soup อร่อยมากกกกกกกก แถมเสิร์ฟมาร้อนๆ ดีงาม! รสชาติเจ้มจ้นแต่ไม่เลี่ยนเลย ชิ้งซดหมดยันหยดสุดท้าย 

ตามมาด้วยอาหารที่เดินไปตักมาจาก The Pantry ซีซาร์สลัด



อาหารจาก The Pantry ที่ไปตักมาพอกรุบกริบ 

กินแล้วจะรู้สึกได้ทันทีว่าเค้าใช้วัตถุดิบคุณภาพเกินมาตราฐานบุฟเฟ่ต์โรงแรมทั่วๆไปมากเลยค่ะ

อย่าลืมน้าว่าอาหาร The pantry ให้เราเข้าไปตักอาหาร สลัด ชีส และขนมหวานได้แบบ All you can eat

 
เอาหล่ะ มาดูเมนู main course ที่รวมอยู่ใน semi buffet lunch กันบ้างนะคะ ซึ่งเราจะเลือกได้ 1 อย่างค่ะ ประกอบด้วย
ปลาหมึกสเปนย่าง แซนด์วิชคร็อก-เมอซีเยอคลาสสิค 520
เฟตตุชินีซอสทรัฟเฟิล 640
หอยแมลงภู่ผัดซอสไวน์ขาว 630
แซลมอนแอตแลนติก/ราตาตูย 670
สเต็กทูน่า/เฟต้าชีส 690
ปลากระพงขาวนึ่ง ราดน้ำยำ เสิร์ฟพร้อมข้าวสวย 620
ไก่ย่างเตาถ่าน 620
ไก่ผัดซอสเปรี้ยวหวาน 590
ขาแกะนิวซีแลนด์ตุ๋น 790
พอร์คชอปบาร์กเชอร์/ฟักทอง 710
ปลาโดเวอร์โซล/ซอสเนยไวน์ขาว (จ่ายเพิ่ม 500บาท) 1,550
สเต็กเนื้อ (Côte de Bœuf) ย่างจากเตาถ่าน 410 บาทต่อ 100 กรัม   

วันนั้นไปกัน 4 คน เลยเลือกได้ 4 main เลยค่ะ ตามนี้...

พอร์คชอปบาร์กเชอร์/ฟักทอง
สิ่งแรกที่สะดุดตาตั้งแต่แรกเห็นก็คือ กากหมูกรอบๆที่โรยอยู่บน pork chop ค่ะ ไอเดียดี๊ดี ไม่รู้เชฟนึกออกได้ไง มันน่ารักมั่กๆเลยน้า กับการที่เชฟมาอยู่เมืองไทย แล้วแอบซึมซับวัฒนธรรมบ้านเราเข้าไปเนี่ย แล้วการโรยกากหมูเข้ามาในจานนี้ มันเป็นไอเดียที่ทำให้อร่อยขึ้นซะด้วย ไม่ใช่สักแต่จะใส่เข้ามาแบบไม่มีเหตุผล

จานนี้อร่อยมากๆๆๆ ตัวซอสฟักทองเชฟค้อดดีเลย มันหวานอ่อนๆ แล้วก็เข้ากับหมูได้ดีมั่กๆ ส่วนที่เห็นแดงๆนั่นไม่ใช่เลือดน้า มันคือ pickled onion ที่ช่วยมาตัดเลี่ยนได้ดี เมนูนี้แนะนำจากใจเลยค่ะ ทั้งอร่อยและคุ้มค่า

เฟตตุชินีซอสทรัฟเฟิล
เมนูนี้ต้องรีบกินเลยน้า ไม่งั้นมันจะแห้งค่ะ จานนี้เป็นอะไรที่หอมทรัฟเฟิลมากๆ ชอบเส้นของเชฟที่มันจะแข็งๆหน่อย ไม่เละ ทำให้เคี้ยวสนุกจัง ส่วนซอสของเชฟเจ้มจ้นนะ แต่ไม่เลี่ยนเลย เจ๋งอ่ะ แล้วได้ความกรุบๆจากเห็ดเพิ่มเข้าไปอีก พาเมซานชีสอี๊ก เป็นอีก 1 เมนูง่ายๆแต่อร่อยจิงจังค่ะ

ขาแกะนิวซีแลนด์ตุ๋น

เสิร์ฟพร้อม พูเรมันฝรั่ง
ที่เค้าบอกว่าจาน main ที่นี่จะเสิร์ฟแบบจานใหญ่ อันนี้จานยักษ์เลยค่ะ Lamb Shank ก็คือเนื้อส่วนหน้าแข้งแกะ เชฟตุ๋นแบบมาแบบไม่เละ เวลาเคี้ยวก็จะได้กลิ่นพอให้รู้ว่าเป็น lamb แต่ไม่เหม็นสาบนะคะ แล้วเจ้า lamb เนี่ยพอเจอกลิ่นหอมๆของผักชีลาวเข้าไป มันช่างมีเสน่ห์ดีจุง ส่วนซอสเข้มข้นถึงใจจิงๆค่ะ แต่ที่ชิ้งติดใจมากก่า ดันเป็น pomme puree ซึ่งก็คือ Mashed potatoes แบบฝรั่งเศสที่เสิร์ฟมาคู่กัน มันช่างหอม มัน นวลเนียน นุ่มละมุนในปากซะเหลือเกิน เป็นรสชาติไม่ซับซ้อน ตรงตามสโลแกนของเชฟเลย ที่อยากให้กินรสชาติแบบ home cook หรืออาหารรสชาติฝีมือแม่ แต่เป็นคุณแม่ที่มีรสมือเป็นเลิศนะคะ

ปลากระพงขาวนึ่ง ราดน้ำยำ เสิร์ฟพร้อมข้าวสวย
เชฟห่อปลากะพงในใบตองก่อนนำไปนึ่ง ซึ่งสุกมาแบบพอดี๊ พอดี undercooked ก็กินไม่ได้ overcooked เนื้อก็จะแห้งกระด้าง แต่นี่คือฉ่ำเนื้อมาเลยค่ะ แล้วก็เป็นปลาที่สดมากจนหวาน ไม่มีกลิ่นคาวซักนิด ส่วนน้ำยำ อย่าได้ดูถูกว่าเป็นน้ำยำของเชฟฝาหรั่ง แล้วจะไม่แซ่บนะค้า บอกเลยว่าแซ่บเกินความคาดหมาย แต่ก็ไม่ถึงกับเผ็ดนรกแตกนะคะ คือแซ่บแบบครบรสกลมกล่อม ไม่มีอะไรโดดออกมา ใครกำลังไดเอท จัดไปค่ากับเมนูนี้
 
มาดูบรรยากาศกันซักเล็กน้อยนะคะ อบอุ่น เป็นกันเอง น่านั่ง นั่งได้แบบไม่ต้องเกร็งค่ะ








เราสามารถเลือกเป็นบุฟเฟ่ต์อาหารเรียกน้ำย่อยและอาหารหวานจาก เดอะ แพนทรีอย่างเดียวก็ได้นะคะ ราคา 990 บาท แต่ถ้าจัดเต็มเป็น Semi buffet lunch ที่เพิ่มจานหลักเข้ามาอีก 1 เมนูเหมือนที่ชิ้งรีวิวให้ดูในวันนี้ก็ราคา 1,450 บาท โดยเมนูจานหลักมีราคาตั้งแต่ 520-1,550 บาท ทั้งหมดเสิร์ฟพร้อมกาแฟหรือชา
 
วันนี้ขอลากันไปด้วยข่าวดีค่ะ ทางโรงแรมกำลังจัดโครงการ Sharing is caring ทางโซเชียลมีเดีย เพื่อเป็นการฉลองเปิดตัว รับส่วนลดไปเลย 30% สำหรับอาหารกลางวัน หรืออาหารเย็น ง่ายๆแค่
1 กดไลค์แฟนเพจ https://www.facebook.com/ParkHyattBangkok
2 โพสต์รูปของตัวเองตอนกำลังเพลิดเพลินกับการรับประทานอาหาร
3 แท็กเพื่อนสองคนที่เราอยากชวนให้ไปลิ้มลองที่ Embassy Room ด้วยกัน
 
สำรองที่นั่ง โทร. +66 2 011 7430 หรืออีเมล์ http://bkkph.fb.reservation@hyatt.com

 

 

 

 
LINE it!
ติดตามบทความดีๆ รีวิวอาหาร สูตรทำอาหารได้ที่นี่

สัญชาติอาหาร

:

ORIENTAL DELIGHT

ร้านอาหาร

: semi buffet Lunch ที่ Embassy Room @Park Hyatt 1,450 ชิ้งใจดีมีส่วนลดมาฝาก 30% ทั้ง lunch และ dinner

ที่อยู่

:

เปิดบริการ

:

โทรศัพท์

:

เว็บร้าน

:

พิกัดแผนที่ (GPS)

:

การเดินทาง

Last Edited : 30/04/2018