6 คืน 6 วันเต็มๆที่นอร์เวย์ ไปชมฟาร์มปลาแซลมอน ตั้งแต่เป็นไข่จนโตเต็มวัย แล้วจะหลงรักแซลมอนนอร์เวย์ ปลอดภัย ไร้พยาธิ! Part 2

LINE it!
       
       จากรีวิวนี้ (สามารถย้อนกลับไปอ่านรีวิว Part 1 ได้ที่ ==>> 6 คืน 6 วันเต็มๆที่นอร์เวย์ ไปชมฟาร์มปลาแซลมอน ตั้งแต่เป็นไข่จนโตเต็มวัย แล้วจะหลงรักแซลมอนนอร์เวย์ ปลอดภัย ไร้พยาธิ! Part 1

        พอเสร็จจากพิพิธภัณฑ์ โปรแกรมนึงที่ไม่ควรพลาดคือการนั่งเรือข้ามฟากที่จอดอยู่ที่ท่าน้ำตรงพิพิธภัณฑ์เลย เพื่อข้ามไปกินอาหารเย็นที่อยู่อีกด้านหนึ่งของเมือง ที่ร้าน Bare Vestland ซึ่งเป็นร้านเป็นอาหารท้องถิ่นค่ะ
 
 


ร้านอาหาร Bare Vestland







       โดยที่อาหารจะทยอยเสิร์ฟออกมาเป็นคอร์ส เริ่มตั้งแต่ appertiser จนถึง main course แถมมีพนักงานมาอธิบายทีละจานด้วย ว่ามันอะไรคืออะไร ซึ่งเมนูอาหารที่กินไปมีดังนี้ 


มันฝรั่งอบ


สลัดปลาแม็คคาเรล (ปลาซาบะ)


สลัดเนื้อวัวดิบ




ปลาพอลล็อคทอด



เนื้อแพะย่างห่อแผ่นแป้ง









ขนมหวานแบบท้องถิ่น

       จบไปอีก 1 วันค่ะ คืนนี้ต้องรีบนอนเพราะพรุ่งนี้คือโปรแกรมไฮไลท์ของทริปนี้เลย นั่นก็คือการไปดูฟาร์มเพาะเลี้ยงตัวอ่อนและลูกปลา (Strømsnes Akvakultur) และ 2 กระชังเพาะเลี้ยงปลาแซลมอนและเทราต์ (Øygarden Salmon farm & Museum) กลางทะเล
 
     ปลาแซลมอนที่เลี้ยงในฟาร์มที่ประเทศนอร์เวย์มีต้นกำเนิดดั้งเดิมมาจากปลาแซลมอนตามธรรมชาตินั่นแหล่ะ ริเริ่มเดิมที เค้าจับปลาแซลมอนจากแม่น้ำกว่า 40 สายในนอร์เวย์ แล้วก็เริ่มเพาะเลี้ยงในฟาร์มกลางมหาสมุทรดู ดังนั้นถึงจะเป็นปลาเลี้ยง แต่ก็มีลักษณะทางพันธุกรรมเหมือนกับแซลมอนธรรมชาติเป๊ะ! เพียงแค่ผ่านการเพาะเลี้ยงให้เติบโตได้ดีขึ้น และต้านเชื้อโรคได้มากขึ้นค่ะ
 
       เช้านี้เรามาเริ่มกันที่ ฟาร์มเพาะเลี้ยงตัวอ่อนและลูกปลา ที่ชื่อ Strømsnes Akvakultur ซึ่งอยู่นอกเมืองเบอร์เก้น เค้าบอกว่าที่นี่สามารถเพาะแซลมอนทั้งหมดที่นำเข้าไทยได้เลยน้า! ซึ่งสถานที่แห่งนี้จะเพาะเลี้ยงทั้งตัวอ่อนและลูกปลาของทั้งปลาแซลมอนในปริมาณ 50% และเทร้าต์ในปริมาณ 50% ค่ะ 



ฟาร์มเพาะเลี้ยงตัวอ่อนและลูกปลา Strømsnes Akvakultur

       ปลาแซลมอนเป็นปลา 2 น้ำ เหมือนที่เราเคยได้ยินว่ามันจะว่ายทวนน้ำไปวางไข่ในน้ำจืด แล้วค่อยว่ายมาน้ำเค็มเมื่อโตแล้ว ดังนั้นที่ฟาร์มนี้ก็จะจำลองให้ปลาที่นี่เหมือนตามธรรมชาติค่ะ การเลี้ยงปลาแซลมอน จะแบ่งเป็นระยะต่างๆ ตั้งแต่...


 

ระยะที่ 1 เรียกว่าไข่ (roe) หน้าตาเหมือนไข่ปลาแซลมอนที่เรากินกันนั่นแหล่ะค่ะ ชีวิตของปลาแซลมอนของนอร์เวย์เริ่มต้นขึ้นภายในถาดฟักไข่บนฝั่ง การปฏิสนธิของไข่ปลาแซลมอนเลี้ยงเกิดขึ้นในน้ำจืดเช่นเดียวกับแซลมอนธรรมชาติ จากนั้นจะถูกเก็บไว้ที่อุณหภูมิคงที่ประมาณ 80วัน ก่อนจะฟักตัว
 
ระยะที่ 2 เรียกว่าตัวอ่อน (fry) ที่ฟักออกจากไข่แล้วจะมีถุงบนท้องติดตัวไว้เป็นที่เก็บอาหาร เลี้ยงไว้ประมาณ 4-6 สัปดาห์ จนเริ่มกินอาหารเป็น ก็จะถูกย้ายไปบ่อน้ำจืดขนาดใหญ่ขึ้น
 
ระยะที่ 3 เรียกว่าลูกปลา (smolt) หลังจากอยู่ในบ่อน้ำจืดประมาณ 10-16 เดือน ก็พร้อมจะออกสู่ทะเลค่ะ ซึ่งถึงแม้เค้าจะหนักกันแค่ 60-100 กรัม แต่เค้าก็ถือเป็นลูกปลาที่ผ่านขั้นตอนการ smoltification มาแล้ว ทำให้สามารถอยู่ในน้ำเค็มได้สบายค่ะ


    โดยตลอดระยะเวลาที่ปลาอาศัยอยู่ที่ฟาร์มนี้ เค้าจะมีมาตราฐานการเลี้ยงที่สูงมาก มีการควบคุมปริมาณปลาแต่ละบ่อ ควบคุมปริมาณอาหารให้พอดี โดยที่อาหารของลูกปลาเหล่านี้จะเป็นอาหารเม็ดเล็กๆที่มีส่วนผสมของพืชผักเป็นหลักประมาณ 70% อีก 30% จะเป็นพวกน้ำมันปลาและปลาป่นที่ทำจากปลาธรรมชาติ
       เค้าบอกว่าวิจัยมาอย่างดีแล้วว่าอาหารเม็ดพวกนี้มีสารอาหารที่จำเป็นอย่างครบถ้วน เรียกได้ว่า super diet จีจี ^ ^’ แล้วก็ feed แบบอัตโนมัติเลยค่ะ นอกจากนี้ก็ยังมีการควบคุมปริมาณออกซิเจนให้เหมาะสมด้วย ก็ไม่รู้สินะ มาถึงตรงนี้ ก็รู้สึกยิ่งรักปลาแซลมอนมากขึ้นไปอีก แต่ต้องเป็นปลาแซลมอนจากนอร์เวย์น้า ^___<



มาต่อกันที่กระชังเพาะเลี้ยงปลาแซลมอนและเทราต์ (Øygarden Salmon farm & Museum)
ซึ่งอยู่กลางทะเลกันค่ะ...




กระชังเพาะเลี้ยงปลาแซลมอนและเทราต์ (Øygarden Salmon farm & Museum)


พอถึงที่หมาย ก็ต้องลงจากรถค่ะ เพราะเราต้องนั่งเรือเร็วออกไป สนุกจุงเบย อิอิ 

       พอไปถึงปุ๊บก็ถึงเวลาอาหารเที่ยงพอดี แน่นอนค่ะ จะเป็นเมนูอื่นไม่ได้ นอกจากปลาแซลมอน แต่มันไม่ใช่ปลาแซลมอนธรรมดาๆน้า เพราะมันคือปลาแซลมอนที่สดกว่านี้ไม่มีแร้น! ก็แน่จิ จับมาปุ๊บ กินเลย ^___^’
       และมื้อพิเศษของเราก็คือ... บาร์บีคิวปลาแซลมอน ทั้งแบบเสียบไม้ และฟิเลย์เป็นชิ้นหย่ายๆ กินกันแบบ all you can eat ท่ามกลางห้องอาหารชั้นบนที่มองลงมาเห็นกระชังปลาพอดี ฟินเฟ่อร์ค่ะ 


















 

       ที่นี่เป็นกระชังปลาแซลมอนและเทราต์ที่มีขนาดใหญ่มาก ทั้งหมดทั้งมวลมีปลาอยู่ถึง 7 แสนตัวกันเลยทีเดียว โดยแยกกันเลี้ยง ไม่ได้เลี้ยงปนกันระหว่างปลา 2 ชนิด แต่ละกระชังจะมีทุ่นลอยน้ำบนผิวด้านบน และตาข่ายทอดลึกลงไปถึงก้นทะเล ประมาณ 25-40 เมตร มีระบบให้อาหารปลาอัตโนมัติด้วยน้า
       โดยเชื่อมโยงกับกล้องวงจรปิดที่ถ่ายอยู่ใต้น้ำ เพื่อส่องว่าพอให้อาหารไปแล้ว ปลากินรึเปล่า จะได้ make sure ว่าปลาได้รับอาหารในปริมาณที่พอเหมาะนอกจากนี้ก็จะมีระบบควบคุมปริมาณออกซิเจน, กระแสน้ำ และอุณหภูมิด้วยค่ะ นอกจากนี้ก็มีการใส่ปลาพยาบาลลงไปช่วยกินปรสิต พวก sea lice หรือเห็บทะเลด้วย อื้อหือ! ปลาที่นี่เค้าช่างอยู่ดีกินดีกันซะเหลือเกิน




นั่งส่องดูว่าปลากินอาหารรึเปล่า




 

       โดยเฉลี่ยปลาจะถูกเลี้ยงที่ smolt farm ประมาณ 12-16 เดือนในน้ำจืด แล้วก็จะมาถูกเลี้ยงที่กระชังนี้ต่อในน้ำเค็มอีกประมาณ 14-22 เดือน รวมๆแล้วก็ประมาณ 3 ปี จนมีน้ำหนักตัวประมาณ 3-6 กิโลกรัม เรียกว่าแซลมอนเต็มวัย (mature salmon) ซึ่งเป็นช่วงที่เหมาะสมในการจับแล้ว
 
       ไฮไลต์ในวันนั้น หรือจะเรียกว่าจุดพีคก็ได้ อยู่ดีๆเจ้าหน้าที่คนนึงก็จับปลาขึ้นมา แล้วฆ่าให้พวกเราดูแบบสดๆเลย หนูนี่โต่ะใจหมดเลอ! เค้าบอกว่าจะเอาไปทำอาหารเย็น ส่วนพวกเราก็ขอยืมมาอุ้มถ่ายรูปกันตามระเบียบค่ะ




 

       สรุปนะ นอร์เวย์ไม่ได้เป็นประเทศที่มีภูมิประเทศเหมาะแก่การเพาะเลี้ยงสัตว์ทะเลเท่านั้น ด้วยความที่มีแหล่งน้ำเย็นและใสสะอาดตามธรรมชาติ แต่นอร์เวย์ยังเป็นประเทศที่มีเทคโนโลยีการเลี้ยงปลาที่ได้มาตราฐานระดับแนวหน้าของโลกด้วย! แล้วก็มีรูปแบบการบริหารจัดการที่ยั่งยืน 
     จนได้รับการยอมรับจากทั่วโลก บอกตรงๆว่าขนลุกแทนค่ะ ถึงเป็นประเทศเล็กจิ๋วก็ก็แจ๋วมั่กๆ ซึ่งช่างแตกต่างกับฟาร์มเลี้ยงปลาบ้านเรามากจิงๆ ของบ้านเค้าสะอาดและมีระบบควบคุมทุกอย่างเลย แต่ไม่เป็นไรค่ะ เวลาจะซื้ออาหารทะเลครั้งหน้า เราแค่สังเกตสัญลักษณ์ Seafood from Norway ก็พอ เพราะเป็นเครื่องหมายแสดงถิ่นกำเนิดและการันตีคุณภาพที่เราไว้ใจได้ค่ะ




       บ่ายแก่ๆแบบนี้ ไป sighseeing กันบ้างดีก่า ชิ้งจะพานั่งรถรางเพียงแห่งเดียวของนอร์เวย์ ไปยังยอดเขา fløyen ที่สูงถึง 320 ม.เหนือน้ำทะเล เพื่อชมวิวสวยๆของเบอร์เกนที่มีฟยอร์ดและเขาล้อมรอบกันค่ะ





       รถราง Fløibanen เป็น 1 ในสถานที่ท่องเที่ยวที่ดังฝุดๆ และเป็นรถรางแห่งเดียวในประเทศนอร์เวย์ซะด้วย เราตั้งนั่งรถรางขึ้นไปยังยอดเขา fløyen ที่สูงถึง 320 ม.เหนือน้ำทะเล แต่ใช้เวลาแค่ 5-8 นาทีก็ถึงแล้วค่ะ อยากจะบอกว่าเป็นรถรางที่เจ๋งมาก มีหลังคาเป็นกระจก และมีกระจกบานใหญ่ให้เห็นวิวได้เต็มๆ แถมเค้าออกแบบมาสำหรับรถเข็นเด็กและรถเข็นสำหรับคนพิการด้วยน้า

       บนขึ้นไปถึงบนยอดเขา เราจะได้เห็นวิวเมืองเบอร์เกนทั้งเมืองที่มีความสวยงามมาก เพราะมีลักษณะเป็นเมืองริมทะเล เป็นแหล่งทำการค้ามายาวนานหลายร้อยปีภายใต้การดูแลของคนเยอรมันในสมัยก่อน จึงมีทั้งท่าเรือและบ้านเรือนเก่าๆให้ดูด้วย อยากจะบอกว่าดูรวมๆแล้วมีเสน่ห์มั่กๆ







       และแล้วก็มาถึงโปรแกรมสุดท้ายของวันนี้ นั่นก็คือ dinner time! ซึ่งบอกเลยว่ามีความตื่นเต้นเล็กๆค่ะ เพราะจะได้ไปกินกันที่ร้าน Bryggen Tracteursted ซึ่งเป็นร้านอาหารที่ค่อนข้างมีชื่อเสียงในย่านเมืองมรดกโลก Bryggen แห่งนี้ 


ร้านอาหาร Bryggen Tracteursted









โดยที่อาหารเค้าเสิร์ฟมาเป็นคอร์ส มี 3 อย่างด้วยกันค่ะ 


จานแรกเป็นอาหารเรียกน้ำย่อยเป็นสลัดเป็ด



สลัดเป็ด



ส่วน main course เป็นปลาทัสค์ ซึ่งเป็นญาติใกล้ชิดกับปลาค๊อด 





แล้วปิดท้ายด้วยขนมหวาน เป็นเบอร์รี่ต่างๆ กับครีม


จบโปรแกรมด้วยการเดินกลับโรงแรม ผ่านลานและรูปปั้นต่างๆ ของเมือง รวมทั้งซื้อขนมของฝากเล็กน้อย 

       และแล้วก็ถึงวันสุดท้ายที่นอร์เวย์ค่ะ แอบใจหายเล็กๆ วันนี้เราจะได้เที่ยวชมโรงงานแปรรูปแซลมอนและเทราต์ที่ชื่อ Sekkingstad AS รู้หรือไม่? ปลาทุกตัวจะต้องถูกแปรรูปให้เสร็จภายใน 100 นาทีเพื่อคงความสด! พร้อมส่งออกสู่ตลาดโลก!


โรงงานแปรรูปแซลมอนและเทราต์ Sekkingstad AS

       ในที่สุดก็เดินทางมาถึงวันสุดท้ายของทริปค่ะ เมื่อวานเราไปดูวิธีการเลี้ยงปลาแซลมอนมาแล้วตั้งแต่ยังเป็นไข่ จนโตเต็มวัยพร้อมสู่ตลาดโลก สุดท้ายปลาทุกตัวก็จะถูกจัดส่งมาที่นี่

       ตามขั้นตอนคือ ปลาแซลมอนจากฟาร์มเลี้ยงในกระชังกลางทะเล จะถูกส่งมาเลี้ยงต่อที่กระชังหน้าอีกประมาณ 24 ชั่วโมงเพื่อให้มันได้พักผ่อนและไม่เครียดจนเกินไป จากนั้นจะถูกดูดขึ้นมาผ่านตามท่อส่งเข้าไปในโรงงาน แล้วจะถูกทำให้สลบ และทำให้ตายอย่างรวดเร็วด้วยกระแสไฟฟ้า


กระชังหน้าโรงงาน



       พวกเราต้องเปลี่ยนชุด สวมหมวก และใส่รองเท้าที่ทางโรงงานจัดให้ แล้วก็ล้างมือกันหลายรอบมากๆ เพื่อเข้าไปดูในโรงงานได้ อยากบอกว่าโรงงานเค้าสะอาดและได้มาตราฐานเหลือเกิน เราจะเห็นปลาถูกส่งผ่านสายพานเข้าเครื่องตัดอัตโนมัติเพื่อแยกก้างออก
       แล้วใช้แรงงานคนในการตัดแต่งให้ได้รูปทรงสวยงาม ก่อนที่จะคัดแยกและบรรจุส่งขาย โดยที่เนื้อปลาที่ได้จะมีการตรวจสอบลักษณะและสี ให้ผ่านมาตรฐาน โดยที่สีจะต้องไม่จางหรือไม่เข้มจนเกินไปนะ!













       มาถึงตรงนี้ ชิ้งเชื่อว่าคนส่วนใหญ่ไม่รู้เรื่องนี้ หลายๆคนน่าจะคิดว่าปลาแซลมอนต้องสีแดงเข้มๆถึงจะดี แต่จิงๆแล้วเรื่องสีนี้ที่นอร์เวย์ไม่เน้นค่ะ สีของปลาจะแดงเข้มหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับอาหารที่เค้ากิน ถ้าตัวไหนกินอะไรที่มี astaxanthin เยอะ เนื้อก็จะแดงกว่าตัวอื่นๆ ซึ่งคนที่นั้นบอกอีกว่า ทางนั้นไม่มีการควบคุมและไม่มีความพยายามจะทำให้สีของปลาแซลมอนเหมือนกันเป๊ะทุกตัว 

       และด้วยมาตราฐานของโรงงานแห่งนี้ที่มีประวัติอันยาวนาน ทุกอย่างเป็นระบบในทุกขั้นตอน เค้าบอกว่าขั้นตอนการแปรรูปปลาทุกตัวที่นี่ตั้งแต่ถูกทำให้ตายยันลงกล่องเพื่อพร้อมส่งไปจำหน่ายทั่วโลก ต้องไม่เกิน 100 นาทีค่ะ สวดยอดไปเลย!

       ใจละลายเลยค่ะ เพราะเราจะไปชมความน่ารักของเด็กๆที่โรงเรียนอนุบาล Havhesten Kindergarten เด็กๆกำลังเข้า cooking class กันอย่างสนุกสนาน ปิดท้ายทริปนอร์เวย์ด้วยการพานั่งเรือไปกินดินเนอร์สุดหรูที่ร้านอาหารชื่อดัง บอกเลยว่าต้องจองล่วงหน้าเป็นอาทิตย์ๆเชียวนะ! ที่ร้าน Cornelius

 ก่อนจะไปต่อกัน พักกินข้าวเที่ยงที่โรงงานค่ะ ได้กินแซลมอนสดๆอีกแย้ว ฟินเฟ่อร์ อิอิ




       โปรแกรมต่อไปเราไปกันที่โรงเรียนอนุบาล Havhesten Kindergarten ค่ะ ทางโรงเรียนเค้ามีหลักสูตรสอนทำอาหารที่มาจากปลาด้วยน้า ซึ่ง cooking class นี้ก็เพื่อให้เด็กๆรักการกินอาหารที่มีประโยชน์ อย่างเนื้อปลานั่นเอง


โรงเรียนอนุบาล Havhesten Kindergarten


เด็กๆน่ารักกันมากๆ กล้าใช้มีดหั่นปลาอย่างสนุกสนาน แต่ก็เป็นมีดที่ไม่ถึงกับคมนะคะ เพื่อความปลอดภัย 






 

       จากนั้นก็ไปต่อกันที่ร้านอาหารชื่อดัง Cornelius ที่พวกเราทุกคนตื่นเต้นและรอคอยกันฝุดๆ \^___^/ นัดเจอกันที่ท่าน้ำประมาณ 6 โมงเย็น แล้วขึ้นเรือไปอีกประมาณ 40 นาที (ถ้าจำไม่ผิด) ก็จะมาถึงร้านที่ตั้งอยู่ริมทะเลเลย เป็นร้านอาหาร fine dining เดาเอานะคะว่าค่าอาหารน่าจะไม่ต่ำกว่า 5-6 พันบาทต่อคน ลาปปากแท้ อิอิ








ร้านอาหาร Cornelius



       อาหารมาเป็นคอร์สค่ะ ค่อยๆทยอยออกมา แต่ที่ทำให้ทุกคนตื่นเต้นไม่ใช่น้อยก็คือผู้ช่วยเชฟที่เดินออกมาบรรยายอาหารด้วยตัวเองทุกจาน หน้าตาดี๊ดี แฮร่! 

       ถ้าใครจะมากินร้านนี้ บอกเลยว่าต้องมีเวลาพอสมควร เพราะใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมงเลยค่ะ กว่าจะหมดคอร์ส แต่ก็คุ้มค่าการรอคอย เพราะเป็นมื้อที่อร่อยที่สุดตั้งแต่มานอร์เวย์เลยค่า 
 




















เห็นเยอะๆแบบนี้มิต้องกัวค่ะ เริ่มจากใช้ช้อนส้อมด้านนอกค่อยๆเข้าด้านในค่ะ ^___<





เก็บตกภาพบรรยากาศเมือง Bergen กันซักหน่อยค่ะ






       ตอนนี้คิดถึงส้มตำปลาร้านัวๆแย้ว กลับบ้านกันดีก่า สุดท้ายนี้ชิ้งต้องขอขอบคุณ Norwegian Seafood Council หรือ สภาอุตสาหกรรมอาหารทะเลนอร์เวย์ อีกครั้งที่มอบประสบการณ์เลอค่าขนาดนี้ให้ชิ้งค่ะ เห็นกับตาถึงรู้ว่า... I love seafood from Norway! ต่อไปนี้จะมองหาแต่แซลมอนนอร์เวย์เท่าน้านนนนนนนนนนน

LINE it!
ติดตามบทความดีๆ รีวิวอาหาร สูตรทำอาหารได้ที่นี่

สัญชาติอาหาร

:

ORIENTAL DELIGHT

ร้านอาหาร

: 6 คืน 6 วันเต็มๆที่นอร์เวย์ ไปชมฟาร์มปลาแซลมอน ตั้งแต่เป็นไข่จนโตเต็มวัย แล้วจะหลงรักแซลมอนนอร์เวย์ ปลอดภัย ไร้พยาธิ! Part 2

ที่อยู่

:

เปิดบริการ

:

โทรศัพท์

:

เว็บร้าน

:

พิกัดแผนที่ (GPS)

:

การเดินทาง

Last Edited : 01/12/2017