“อร่อย ฮอกไกโด” ปีละครั้ง! ส่งตรงวัตถุดิบจากฮอกไกโดถึงกทม. (ปลาKinkiหายาก, ikura, ika) กับ 10 เมนูพิเศษ @Nippon Tei

LINE it!
กลับมาอีกครั้งกับโครงการ “อร่อย ฮอกไกโด” (Aroi Hokkaido) ซึ่งจัดปีละครั้งเท่านั้น ปีนี้จัดระหว่างวันที่ 28 ก.ค. 60 -14 ส.ค. 60 ค่ะ ซึ่ง ร้าน Nippon Tei เป็น 1 ใน 5 ร้านอาหารที่เข้าร่วมโครงการ โดยที่ตลอด 18 วันนี้ จะมีการยกวัตถุดิบจากเกาะฮอกไกโดมาทำเมนูสุดพิเศษต่างๆให้เราได้ชิมถึง กทม. บอกได้เลยว่าคนรักอาหารญี่ปุ่นไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงค่ะ

ร้านอาหาร Nippon Tei โรงแรม Intercontinental (ตรงข้ามพระพรหม เอราวัณ)

ซึ่งร้านอาหารที่เข้าร่วมโครงการทั้ง 5 ก็จะเลือกใช้วัตถุดิบจากเกาะฮอกไกโดที่แตกต่างกันออกไป โดยที่ทางร้าน Nippon Tei นำมาใช้ 3 อย่างด้วยกัน 1. ปลา kinki  2. ไข่ปลาแซลม่อน (Ikura) 3. Hokkaido Squid (ika ปลาหมึก) ซึ่งทาง Nippon Tei ได้เตรียมเมนูพิเศษไว้ให้เราได้ลิ้มลองถึง 10 เมนูเลยทีเดียวค่ะ เอาหล่ะมาดูกันค่ะว่ามีอะไรแจ่มๆบ้าง?
 
 
1 ปลาคิงกิคาราอาเกะ หรือ Kinki Karaage (Kichiji Rockfish Karaage)

ปลาคิงกิคาราอาเกะ 2,580.-
ปลาคิงกิ (Kinki) เป็นตัวแทนของเกาะฮอกไกโด มีเยอะเฉพาะฤดูหนาวในช่วงต้นปีเท่านั้น เป็นปลาธรรมชาติที่ต้องสั่งซื้อจากชาวประมงโดยตรง เลี้ยงเองไม่ได้ ปีๆนึงเลยมีปริมาณไม่มากนัก
 
ปลาคิงกิ (Kinki) ขึ้นชื่อว่าเป็นสัญลักษณ์ของความหรูหราจากท้องทะเล ไม่ได้มีขายตามซุปเปอร์ทั่วไปนะจ๊ะ หากินได้เฉพาะร้านอาหารญี่ปุ่นหรูๆเท่านั้น ปลาชนิดนี้อาศัยในทะเลน้ำลึกถึง 200 เมตร ซึ่งเป็นน้ำเย็นจัด ไขมันเค้าเลยเยอะ และเพราะอยู่ลึกใต้ทะเลที่มืดมาก ตาของเค้าถึงต้องใหญ่เพื่อให้มองเห็นค่ะ เค้าว่ากันว่ายิ่งตัวสีแดงก็ยิ่งแพง 
ปีนี้ทาง Nippon Tei จัดเต็ม! เตรียมเมนูปลาคิงกิ (Kinki) ไว้ถึง 3 เมนูด้วยกันค่ะ โดยใช้ปลาคิงกิตัวใหญ่ที่มีน้ำหนักกว่า 400 กรัม ที่ตกได้จากหาดอะบะชิริ อุดมไปด้วยน้ำมันปลา 


เริ่มจากเมนูแรกที่เห็นอยู่นี้ ซึ่งก็คือ ปลาคิงกิคาราอาเกะค่ะ ปลาคิงกิเป็นปลาเนื้อขาวที่มีเสน่ห์มากๆค่ะ ไขมันเค้าเยอะเลยนู้ม นุ่ม เนื้อหวาน มัน ปรกติปลาที่มีไขมันเยอะๆแบบนี้เหมาะกับการนำไปนึ่ง, ตุ๋น หรือย่าง แต่คาราอาเกะจานนี้ถือว่าเด็ด!
 
เชฟปรุงรสแป้งให้มีรสชาติในตัว ชุบแป้งบางๆแล้วทอดจนกรอบนอก นุ่มในจิงๆ และเป็นความกรอบที่ไม่เหนียวนะคะ ปลาเนี่ยถ้าทอดสุกไป เนื้อก็จะเหนียวและแข็งกระด้าง แต่ถ้าใช้ไฟในการทอดอ่อนไป ก็อมน้ำมันค่ะ มันจะเลี่ยนน่าดู แต่เชฟทำออกมาได้เป๊ะเลย แสดงถึงเทคนิกการทอดของเชฟที่เหนือชั้น วิธีการกิน จิงๆแล้วกินเปล่าๆเลยก็อร่อยแล้วค่ะ หรือจะจิ้มน้ำจิ้มที่ใส่หัวไช้เท้าขูดก็อร่อยไปอีกแบบ หรือจะแค่บีบเลม่อนเบาๆก็ได้ค่ะ

2 ปลาคิงกิต้มซุปมิโสะ หรือ Kinki Nitsuke (Kichiji Rockfish Boiled With Miso)

Kinki Nitsuke (Kichiji Rockfish Boiled With Miso) 2,580.-


ในบรรดาปลาคิงกิทั้ง 3 เมนู ชิ้งขอยกให้เมนูนี้ชนะเลิศค่ะ คือเนื้อปลาคิงกิเค้ามันไงคะ เหมาะกับการนำมาต้มหรือตุ๋นแบบนี้ฝุดๆ เนื้อมันทั้งนุ่ม ทั้งมัน ทั้งหวาน ซุปมิโสะก็ปรุงออกมาได้กลมกล่อม ไม่หวานไป หอมขิงอ่อนๆ แล้วก็ชอบที่มีเต้าหู้ และผักที่ต้มมาจนเปื่อยแบบนี้นักแล กินกับข้าวญี่ปุ่นร้อนๆซักถ้วย ฟินเฟ่อร์ๆค่ะ ^___^

 
 

3 ปลาคิงกิย่างเกลือ หรือ Kinki Shio Yaki (Kichiji Rockfish Grilled with Salt)


ปลาคิงกิย่างเกลือ 2,580.-

ตาโตม้วก!


ปลาคิงกิย่างเกลือจานนี้ก็ทำชิ้งกรีสสสสสสสหนักมาก! ยิ่งย่างมาแบบนี้ ยิ่งทำให้เนื้อปลาฉ่ำและหวานมากค่ะ มันๆ นุ่มๆ แล้วก็มาเจอเกลือเค็มๆ ดี๊ ดีง่ะ! นี่แหล่ะคืออาหารญี่ปุ่นแท้ๆ เน้นรสชาติจากตัววัตถุดิบเอง ไม่ต้องไปปรุงแต่งอะไรเยอะ เพราะนี่คือคุณปลาคิงกิเชียวนะ!
 
4 ข้าวหน้าปลาแซลม่อนและไข่ปลาแซลม่อน หรือ Salmon Ikura Don (Salmon and Red Caviar Rice)

ข้าวหน้าปลาแซลม่อนและไข่ปลาแซลม่อน 560.-


ถึงหน้าตาเมนูนี้จะเห็นได้ทั่วไป แต่ขอบอกเลยว่ารสชาติเหนือคาดคาดหมาย! เพราะวัตถุดิบอย่างไข่ปลาแซลม่อน (Ikura) ส่งตรงมาจากแหล่งที่ดีที่สุดของฮอกไกโดค่ะ ไม่แตกง่าย เนื้อไม่เหลว เกรดนี้จะถูกส่งตามเรียวกังกว่า 120 แห่งใน Hokkaido เลยทีเดียว แค่ตัก Ikura เข้าปากน้ำตาจิไหล เห๋ย! ดีงามมากอ่ะ คือชิ้งเป็นคนชอบกิน Ikura อยู่แล้วไงคะ แต่ Ikura ของที่นี่จี๊ดโดนหัวใจชิ้งมาก! ไร้ซึ่งความคาวใดๆ มั้น มัน! ฉ่ำ ไม่เค็ม! ไร้ที่ติจิงๆค่ะ!  มันช่างแตกต่างจากที่เคยๆกินมามากนัก จนอยากให้ได้มาลองกินกันจังเลอ! เพื่อนๆลองนึกถึงไข่ปลาผิวเต่งตึงๆแล้วแตกโบ๊ะในปากของเราดูสิคะ ^___^’ มี Ikura ชั้นดีแบบนี้ แค่ราดข้าวแล้วจ้วงเลยก็อร่อยเหาะได้ครัช!
 
5 ข้าวหน้าไข่ปลาแซลม่อน หรือ Ikura Don (Red Caviar Rice)

ข้าวหน้าไข่ปลาแซลม่อน 780.-




เน้นๆไปเลยค่ะกับ Ikura ชั้นเยี่ยม ซึ่งราคาก็ไม่ได้โหดจนรับไม่ได้นะคะ 780.- มาพูนๆชามเลยค่ะ เรียกได้ว่ากิน Ikura กันให้สะใจไปเล้ย! อ้อ! ลืมบอกไปค่ะว่าข้าวที่ใช้ในทุกเมนู เป็นข้าว นานาสึโบชิ สายพันธุ์อร่อยที่ปลูกที่ฮอกไกโดเท่านั้น ซึ่งมีความเหนียว หนึบไม่เหมือนใคร
 
6 ซูชิหน้าไข่ปลาแซลม่อน หรือ Ikura Gunkan (Red Caviar Sushi)

ซูชิหน้าไข่ปลาแซลม่อน 750.-
นี่ก็ Ikura เน้นๆอีกแย้ว แต่คราวนี้มาในรูปแบบซูชิเป็นคำๆบ้างค่ะ ถ้าใครรู้สึกว่ากินเป็นด้ง หรือข้าวเป็นชามแบบเมนูก่อนหน้านี้ดูจะเยอะไป ก็สั่งซูชิแบบนี้ได้ค่ะ ไข่แซลม่อนล้นทะลักทุกคำไปเลยค่า!
 
7 kura Shoyu Tsuke (Red Caviar with Soy Sauce)

kura Shoyu Tsuke 680.-




ยังคงอยู่กับที่ Ikura แสนอร่อย ถ้าใครไม่อยากกินแป้งก็สั่งเมนูนี้มากินโลดค่ะ Ikura ถ้วยนี้เชฟราดโชยุมาให้แล้ว จ้วงกินได้เลยค่า ขอย้ำอีกครั้งว่า Ikura เค้าสวดยอดจีจีนะ!
 
8 Salmon Ikura Miso Oyako Yaki (Miso Grilled Salmon with Red Caviar)

Salmon Ikura Miso Oyako Yaki 480.-


คำว่า “Oyako” แปลว่า แม่-ลูก ใช้เรียกเมนูที่เสิร์ฟ ไก่ กับ ไข่ในจานเดียวกัน (อารมณ์แม่ไก่เจอลูกไก่) หรือในกรณีนี้ก็คือ ปลาแซลม่อน กับ ไข่ปลาแซลม่อนนั่นเอง
 
ปลาแซลม่อนย่างซอสมิโสะจานนี้อร่อยจังค่ะ ซอสเค้าหวานๆ หอมมิโสะ ซึ่งเข้ากันได้ดีกับรสชาติของแซลม่อน ที่ออกมันๆ หวานๆแบบนี้ ขอชมว่าเชฟย่างปลาออกมาได้สุกกำลังดี เนื้อเลยฉ่ำทุกคำที่กัด ซอสมิโสะหวานๆ มาเจอ Ikura ที่มันๆ เค็มนิดๆ มันเข้ากันได้ดีฝุดๆเลยค่ะ แถมให้รสสัมผัสที่หลากหลายในปากเราจากทั้งแซลม่อนและ Ikura
 
9 Ika Sugatayaki (Grilled Squid)

Ika Sugatayaki 480.-


ทางร้านใช้ Hokkaido Squid หรือปลาหมึกสด ที่พอตกได้ปุ๊บก็จะรีบนำเข้าตู้แช่แข็ง แล้วส่งตรงความอร่อยจากเมืองฮาโกดาเตะ ใช้ตามองก็หมึกย่างธรรมดาเน้อ แต่พอเข้าปากสิคะ ตกใจหมดเลย ทำไมหมึกถึงได้นุ่มขนาดเน้! เชฟบอกว่าเทคนิคคือ ต้องย่างหมึกให้ข้างในสุกในระดับ Medium หรือ 80% ห้ามสุกเกินนี้ แต่ชิ้งว่า นอกจากเทคนิกการย่างที่ดีแล้ว ความดีความชอบก็น่าจะตกอยู่ที่ตัว ingredient ด้วยค่ะ แค่บีบเลม่อนก็อร่อยเลิศแล้วง่า ยังคงจำกลิ่นหมึกที่ย่างถ่านมาจนหอมตลบอบอวลอยู่ในปากได้เลยค่า ^___^’
 
10 Ika Somen (Squid Noodle Sashimi)

Ika Somen 480.-




น่ารักดีค่ะ เอาปลาหมึกมาทำเป็นเส้นโซเมงแบบนี้ รสชาติของ Hokkaido Squid เค้ามันมากเลยค่ะ สดจิงๆจนหวานธรรมชาติแถมให้รสสัมผัสหนึบๆ นุ่มๆเวลาเคี้ยว แค่คีบหมึกโซเมงแล้วจิ้มในซอสพอนสึเปรี้ยวๆแบบนี้ อร้อย อร่อย! อัปฟามสดชื่นได้ดีจีจีค่ะ ^___^




ร้าน Nippon Tei โดดเด่นด้วยเมนู sashimi ที่รับประกันความสด เพราะสั่งซื้อของจากตลาดปลาซึกิจิ (Tsukiji Fish Market) ทุกเช้า มาถึงร้านตอนเย็นวันนั้นเลยค่ะ นอกจากนี้ก็ยังมีเมนูหลากหลายจากทั้งครัวร้อน ครัวเย็น ที่เชฟตั้งใจคิดขึ้นมาเพื่อให้ถูกปากคนไทยโดยเฉพาะ มิน่าหล่ะ อาหารที่นี่รสชาติเจ้มจ้น อร่อยแบบถึงใจคนไทยอย่างเรา
 
 
10 เมนูพิเศษสำหรับเทศกาล “อร่อย ฮอกไกโด” ของร้าน Nippon Tei มีตามนี้ค่ะ
ส่วนบรรยากาศร้านสวยงามอย่างที่เห็น มีทางเข้า 2 ทาง และมีที่นั่ง 2 ชั้นค่ะ






























และนอกจากร้าน Nippon Tei แล้วก็ยังมีอีก 4 ร้านอาหารญี่ปุ่นที่เข้าร่วมโครงการ “อร่อย ฮอกไกโด” ค่ะ โดยใช้วัตถุดิบจากเกาะฮอกไกโดเหล่านี้มารังสรรค์เมนูพิเศษ อาทิ ปูขนกระดอง (Hair Crab) ไซส์ใหญ่ น้ำหนักกว่า 600 กรัม เนื้อแน่นๆ, เมล่อนหวานฉ่ำจากฟุราโนะ, ชีส Laclette ที่ทำมาจากนมฮอกไกโดแท้ 100% มีกลิ่นที่หอมมาก, ข้าวยูเมพิริกะ (Yumepirika rice) พันธุ์เด่นของฮอกไกโด มีความเหนียวหนึบและมีรูปลักษณ์ที่สวยงามระยิบระยับเมื่อหุงเสร็จ รวมไปถึง ปลากิงคิ, ไข่ปลาแซลม่อน (Ikura) และ Hokkaido Squid ที่ชิ้งพามารีวิวกันที่ร้าน Nippon Tei ในวันนี้
 
ส่วนรายชื่อร้านอาหารทั้ง 5 ที่เข้าร่วมเทศกาล  “อร่อย ฮอกไกโด” (Aroi Hokkaido) ตลอด 18 วัน ระหว่างวันที่ 28/7/60-14/8/60 มีดังนี้ค่ะ
  1. Misho ถนนวิทยุ โทร 02-253-9552
  2. The Grill Tokyo สยามพารากอน ชั้น G โทร 02-610-9487
  3. Nanohana, J-Avenue ชั้น 2 โทร 02-712-9462
  4. Kenji’s Lab สุขุมวิท 55 โทร 080-449-3883
  5. Nippon Tei, โรงแรม Intercontinental (ตรงข้ามพระพรหม เอราวัณ) โทร 02-656-0037

LINE it!
ติดตามบทความดีๆ รีวิวอาหาร สูตรทำอาหารได้ที่นี่

สัญชาติอาหาร

:

ORIENTAL DELIGHT

ร้านอาหาร

: “อร่อย ฮอกไกโด” ปีละครั้ง! ส่งตรงวัตถุดิบจากฮอกไกโดถึงกทม. (ปลาKinkiหายาก, ikura, ika) กับ 10 เมนูพิเศษ @Nippon Tei

ที่อยู่

:

เปิดบริการ

:

โทรศัพท์

:

เว็บร้าน

:

พิกัดแผนที่ (GPS)

:

การเดินทาง

Last Edited : 26/07/2017