รีวิวแรกของ Embassy Room @Park Hyatt Central Embassy ฉลองเปิดตัว lunch menu 2 courses 850.-

LINE it!
วันนี้ชิ้งพามาหม่ำหรูแต่ราคาไม่ไกลเกินเอื้อม ที่ห้องอาหาร Embassy Room ซึ่งอยู่ที่ชั้น 9 ของโรงแรม Park Hyatt Central Embassy ค่ะ ห้องอาหารนี้เพิ่งเปิดสดๆร้อนๆ เพราะเพิ่งเปิดเมื่อวันที่ 12 พ.ค.60 ที่ผ่านมานี้เองค่ะ แอบ search ในเน็ตยังไม่เห็นรีวิวของห้องอาหารนี้เลย ชิ้งเลยแอบเข้าข้างตัวเองว่าคอนเท้นต์นี้น่าจะเป็นรีวิวแรก ช่างเป็นเกียรติอะไรเช่นนี้ อิอิ ^___^
 
Embassy Room เป็นห้องอาหารที่เน้น seafood ค่ะ มีทั้ง Western และ Asian แต่ก็มีอย่างอื่นด้วยน้า โดยเชฟพยายามเลือกใช้วัตถุดิบ local คุณภาพดีจากเมืองไทย เช่นใช้ไก่จาก Sirin farm หรือ หมูสามชั้นจากเชียงราย ฯลฯ บริหารงานโดย executive chef ที่อิมพอร์ตมาจากฝรั่งเศส ชื่อ Chef Franck Detrait ค่ะ
Chef Franck Detrait ซึ่งเป็น executive chef

ความเก๋แรกทันทีที่เดินเข้าไปเห็น ก็คือครัวเปิดที่สวยมาก ซึ่งนั่นก็แปลว่าในขณะที่เรานั่งกิน เราก็จะได้เห็นเชฟปรุงอาหารไปด้วยค่ะ คนอื่นรู้สึกไงไม่รู้ แต่ชิ้งนี่กรีสเลย เพราะเราสามารถเดินเข้าไปในครัวไปพูดคุยกับเชฟได้ด้วย กันเองฝุดๆ หยั่งกับไปกินข้าวบ้านเพื่อน ^____^ พนักงานเสิร์ฟที่นี่ทุกคนก็ well-trained มากค่ะ ยิ้มแย้ม ให้ข้อมูลอาหารอย่างละเอียดเป๊ะกันทุ้กคน

ครัวเปิดที่สวยงามมาก เห็นแล้วคันมืออยากเข้าไปแจมฝุดๆ ^___^




เอาหล่ะค่ะมาดูหน้าตาอาหารกันดีก่า หิวแย้ววววววว...





Cheers!
มานั่งปุ๊บ พนักงานก็จะรีบมาเสริ์ฟขนมปังและเนยก่อนเลย จากนั้นเหล่าอาหารค่อยทยอยออกมาค่ะ มาดูกันว่าได้สั่งอะไรไปบ้าง

“Gran Ma’ fish soup 400บ.



ราวิโอลี่ปูทะเล
Gran Ma’ fish soup ถ้วยนี้เป็นสูตรเด็ดจากคุณยายของเชฟ Franck Detrait เองค่ะ เป็นรสชาติแบบฝรั่งเศสแท้ๆ ที่เห็นตักขึ้นมาคือ mud crab ravioli (ราวิโอลี่ปูทะเล) เนื้อปูมาเป็นก้อนๆเลยค่ะ ซดแล้วรู้เลยว่าเชฟเคี่ยวกระดูกปลามาอย่างพิถีพิถัน รสชาติน้ำซุปเลยเข้มข้นแบบกำลังดี ออกเค็มนิดๆ ครีมมี่หน่อยๆ หอม tarragon อ่อนๆ (พาสลีย์อิตาเลี่ยนใบแบน) และก็สดชื่นด้วย kaffir lime oil (น้ำมันมะกรูด) ถือเป็นซุปที่อร่อย ซดแล้วหยุดไม่ได้ ไม่เชื่อลองดูจิ!

Hokkaido scallop 450บ.
หอยเชลล์ตัวใหญ่นำเข้าจาก Hokkaido ค่ะ สดและฉ่ำมาก เชฟย่างมาได้แบบสุกพอดี๊ พอดี เจ้าหอยเนี่ยถ้า overcooked จะทำให้เสียอารมณ์ม้ากค่ะ ด้านบนหอยมี hazelnut กรอบๆหอมๆ ไอเดียเป็นเลิศ! ส่วนซอสเป็นกะหม่ำดอก cauliflower กับ wholegrain mustard แล้วก็มีรากบัวกรอบๆมาเพิ่มสีสันเข้าไปในจาน portion กำลังดี กินแล้วเรียกน้ำย่อยทะลักม้ากค่ะ

Australian King fish caviche 420บ.
จานนี้อร่อยมากกกกกกกกกค่ะ ในจานเต็มไปด้วยรสชาติที่หลากหลาย สดชื่นอย่างมีมิติ ปลาขาวเนี่ยเชฟทำให้สุกโดยใช้มะนาวค่ะ ส่วนด้านล่างปลาเป็น grilled avocado บดละเอียดที่ออกมันๆ หอมน้ำมันกระเทียมซึ่งเป็นอะไรที่เข้ากั๊นเข้ากัน  แล้วก็ได้ความกรอบจาก sweet potato chips นอกจากนี้ก็ยังมีทับทิมอินเดีย และผักชีมาเพิ่มความสดชื่น ทุกอย่างมันเสริมกันเลยทำให้ทั้งจานเพอร์เฟคมากค่ะ 

Tasmanian smoked salmon 410บ.


เป็นปลาแซลมอนรมควันที่กลิ่นชัดมาก หอมจังเลยค่ะ หั่นมาชิ้นหนาแบบสะใจ เสิร์ฟมาพร้อมซอส 2 อย่าง ขาวๆคือ sour cream ส่วนที่พนักงานกำลังเทให้เป็น basil paste สีเขียว ออนท็อปก็จะมี บีทรูธ, horseradish ฉุนๆ, เมล็ดบักวีต (buckwheat), ผักชีลาว ซึ่งให้กลิ่นที่เข้ากับแซลมอนฝุดๆ ชิ้งชอบมากๆเลยค่ะ 

Canadian lobster risotto 950บ.




ถ้าใครกำลังคิดว่าจานนี้ต้องเลี่ยนแน่ๆ บอกเลยว่าคิดผิดค่ะ จานนี้เป็นรีซ็อตโต้ที่ไม่เลี่ยนเลย ขอชมกุ้งล็อปสเตอร์เชฟก่อนเลยค่ะ สดมากๆ หวานจนตกใจ แถมเนื้อแน่น ฉ่ำๆมาเลยจ้า ที่ชอบอีกอย่างคือ pickled shimeiji mushroom กรอบๆ ซึ่งก็คือเห็ดชิเมจิดอง รสชาติเปรี้ยวอมหวาน กินมาถึงจานนี้ ขอบอกเลยว่าชอบรสนิยมเชฟคนนี้มั่กๆ ทุกจานของเชฟให้รสชาติที่มีความหลากหลาย แถมรสชาติยังมีมิติของมัน แต่ก็ดันลงตัวฝุดๆ ชิ้งชักสนุกกับการดีไซน์รสชาติอาหารของเชฟคนนี้ซะแร้ววววว

Atlantic cod fish 610บ.




ทักษะการย่างปลาคือสุดยอดค่ะ หนังกรอบ ส่วนเนื้อยังฉ่ำมาแบบเป๊ะมากๆ สุกมาในเวลที่ใช่เลย ด้านล่างของปลาคือ brandade ซึ่งก็คือเนื้อปลาค้อดหมักเกลือแล้วมาบดไปกับมันฝรั่งบด ออกมันๆซึ่งไปได้ดีกับปลา เพิ่มความสดชื่นในจานด้วย Zucchini (แตงกวาญี่ปุ่น), ต้นหอม และ lemon grass emulsion

Black Angus beef tenderloin 950บ.
แค่เห็นใจก็ละลายแร้วค่า เนื้อด้านในเป็นสีชมพูสวยงามไร้ที่ติ อยากจิไปเรียนเทคนิคการย่างสเต็กจากเชฟจุง เนื้อนุ่มเว่อร์ๆ เคี้ยวแบบมีความสุขใจ ^___^ ส่วนซอสเป็น green peppercorn sauce หรือซอสพริกไทยอ่อนนั่นเอง มีความหอมกลิ่นสมุนไพรสดด้วยน้าทำให้ดูมีอะไรดีค่ะ

Eastern Thai seabass 600บ.


ปลาเชฟออกมาเพอร์เฟคอีกแร้นค่ะ เสิร์ฟมาพร้อม green peas สีเขียวๆนั่นซึ่งก็คือถั่วลันเตาบดละเอียด เพิ่มความสดชื่นด้วยหน่อไม้ฝรั่งกรอบๆ แต่ที่รักที่สุดคือเห็ด morels ก้อนดำๆที่เห็นนั่นค่ะ หากินยากจะตายน้าในเมืองไทย เค้าเป็นเห็ดที่มีรูปร่างคล้ายๆถั่วลิสง แต่รสชาติเหมือนเนื้อสเต็ก ส่วนราคาเอาเรื่องเลยทีเดียว พอเข้าปากแล้ว หอม และให้รสสัมผัสที่ unique มั่กๆ ได้กินแล้วอยากจิกรีสสสสสสสสสสส






ความเก๋อีกอย่างของห้องอาหาร Embassy Room ก็คือ เค้าจะมี special of the day หรือเมนูพิเศษประจำวันนั้นๆ ประมาณว่าเชฟได้วัตถุดิบอะไรดีๆมาพอดี ก็จะนำมา cook เสิร์ฟให้ลูกค้าได้ลองกิน แต่ไม่ได้มีทุกวันนะคะ แต่ถ้ามี พนักงานจะรีบมาแจ้งเรา
 
ซึ่งวันที่ไป เชฟมีคาเวียร์พอดีเลยค่า สวดยอด! เชฟให้มาแบบเต็ม scoop กันเลยทีเดียว คาเวียร์คือดีงามมากค่ะ แค่ใช้ลิ้นดันไปที่เพดานปากก็ละลายแย้ว กลิ่นไข่ปลาที่หอมตลบอบอวลอยู่ในปาก มันดี๊ดีอ่ะ รสชาติเค็มนิดๆ ช่างให้รสสัมผัสในปากที่ดีซะเหลือเกิน ส่วนเส้นพาสต้าครีมซอสของเชฟ ก็ทำได้ครีมมี่พอดีๆ คือไม่เลี่ยนมากจนทำให้รู้สึกหนักไปเหมือนหลายๆร้านที่ทำ ก็เลยกินได้หมดจานสบายๆ
 
ส่วนเมนูขนมที่นี่ถือว่าเด็ดค่ะ! เริ่มจาก...

Apple pie 290บ.
มาร้อนๆเลยค่ะ ด้านบนเป็นไอศกรีมรสวนิลา โรยด้วยถั่ว pecan 

Valhrona chocolate bavarois 335บ.


ตัวช็อคโกแลตมีพริกแดงหรือ red chili ด้วยค่ะ เผ็ดร้อนนิดๆ เสิร์ฟมาพร้อม strawberry sorbet คนรักช็อคโกแลต ห้ามพลาดเลยค่ะ กินด้วยกันแล้วเข้ากันอย่างแรง!

Cheesecake 320บ.


นี่ก็อร่อยมากๆค่ะ ชีสเค้กมันหวานกำลังดี เสิร์ฟมาพร้อมกับ mango sorbet อัปความสดชื่น ^___^
 
กินขนมหวานดีๆแบบนี้ ต้องกินคู่กับชาชั้นดีอย่าง Mariage Freres ซึ่งชิ้งสั่ง Marco Polo Rouge ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นไม่มีคาเฟอีนค่ะ กัวนอนไม่หลับ หอมอลังมั่กๆอ่ะ




เอาเมนูมาฝากค่ะ เพื่อนๆจะได้เล็งไว้ก่อนว่าอยากกินอะไร 




ข่าวดีค่ะ ทาง Embassy room เพิ่งออกโปร lunch menu ที่กระแทกหัวใจมากๆ
·        2 courses 850.-
·        3 courses 950.-
lunch menu มีให้เลือกตามนี้
ส่วนบรรยากาศร้านสวยงาม เป็นสไตล์ minimal ที่มีอะไร! ให้ความรู้สึก comfy ที่สุดอ่ะ






ห้อง private ที่เห็นแล้วต้องตะลึงในควมสวยของลายผ้าไหมจาก Jim Thomson ซึ่งเป็นลายของต้นโพธิ์งามสง่า


นี่ก็เป็นห้อง private เหมือนกันค่ะ แต่เล็กกว่า

ขอลากันไปด้วยภาพบรรยากาศโรงแรมค่ะ อ๋อย... สวยปังน่าไปพักมั่กๆ น้ำลายหกเลอ แฮร่!















 
 
 



 

 
LINE it!
ติดตามบทความดีๆ รีวิวอาหาร สูตรทำอาหารได้ที่นี่

สัญชาติอาหาร

:

ORIENTAL DELIGHT

ร้านอาหาร

: รีวิวแรกของ Embassy Room @Park Hyatt Central Embassy ฉลองเปิดตัว lunch menu 2 courses 850.-

ที่อยู่

:

เปิดบริการ

:

โทรศัพท์

:

เว็บร้าน

:

พิกัดแผนที่ (GPS)

:

การเดินทาง

Last Edited : 01/06/2017