Indian Host เจ้าของรางวัล Thailand’s Best Restaurant 5ปีซ้อน ออกโปรบุฟเฟ่ต์เฉพาะลูกค้าที่จองผ่านรีวิวนี้! 2 ชั่วโมง! 399.-

LINE it!
วันนี้กระดี๊กระด๊าเป็นพิเศษ เพราะจะได้ไปกินอาหารอินเดียสุดโปรด ไม่รู้ทำไม เป็นคนที่ชอบกินโรตีจิ้มแกงมากกกกกกกกกก ชิ้งชอบกลิ่นเครื่องเทศเค้าค่ะ มันมีเอกลักษณ์ดี แต่ต้องมาในเบอร์พอดีๆน้า ฉุนไปน้องก็ haddle ไม่ไหว ^ ^’ แล้วต้องกินกับ Naan หรือโรตีที่ให้ texture กรอบนิดๆ เหนียวนุ่มหน่อยๆ แถมส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลในปากเวลาเคี้ยว มันช่างฟีลกู้ดเป็นที่ซู้ด \^___^/
แต่จะกินทั้งที ต้องไปกินร้านอาหารอินเดียที่ได้รางวัลระดับประเทศสิค้า กับร้าน Indian Host ซึ่งกวาดรางวัล Thailand’s Best Restaurant ตั้งแต่ปี 2009 – 2013 และรางวัลอื่นๆอีกมากมายเต็มกำแพงร้านอย่างที่เห็น แสดงว่าร้านนี้ไม่ธรรมดาอย่างแน่นวล!


และการที่ชิ้งแนะนำให้เพื่อนๆมากินที่ร้านนี้เนี่ย ก็ไม่ใช่เพราะแค่อร่อยหรอกค่ะ แต่เป็นเพราะชิ้งมีสิทธิประโยชน์สุดพิเศษมาฝากต่างหากค่า 
ปรกติร้านนี้ไม่มีโปรบุฟเฟ่ต์ให้กินแบบไม่อั้น แต่ถ้าเพื่อนๆจองออนไลน์ผ่าน Hungry Hub ซึ่งชิ้งได้แนบลิงค์มาให้แล้วอยู่ท้ายสุดของรีวิวค่ะ เพียงเท่านี้ก็สามารถไปกินแบบ All You Can Eat ที่ร้าน Indian Host ได้เลย 2 ชั่วโมงเต็ม! กว่า 60 เมนู ในราคาบุฟเฟ่ต์
·        มื้อเที่ยง ท่านละ 399.-
·        มื้อเย็น ท่านละ 599.-
เป็นราคาเน็ต ไม่มีบวกๆค่ะ ตั้งแต่วันนี้ถึง 15 ม.ค.60 นี้เท่านั้น! คุ้มค่าที่ซู้ดดดดดดดดดด
 
เอาหล่ะมาดูกันค่ะว่ามีเมนูอะไรน่าสนใจบ้าง เริ่มจาก…
1 Rajsthani lal Mirch Ka Paneer Tikka

Rajsthani lal Mirch Ka Paneer Tikka 275.-

น้ำจิ้มสะระแหน่ เผ็ดนิดๆ เปรี้ยวหน่อยๆ หอมสะระแหน่ รสชาติเบาๆสดชื่นค่ะ

ไม่ใช่เต้าหู้น้า ที่เห็นคือชีสคอตเทจ (Cottage Cheese) เป็นชีสสดที่มีเนื้อนิ่ม




Cottage Cheese ก้อนสีขาวๆเป็นชีสสด มีความนมๆ รสชาติอ่อนๆค่ะ texture เค้านุ่มนิ่มน่าสัมผัส เชฟนำ Cottage Cheese ไปหมักกับ Hung Yogurt หรือ Hung Curt ซึ่งเป็นวัตถุดิบหนึ่งที่ใช้ในอาหารอินเดีย โรยพริกป่นสีแดง (red chili) จากนั้นก็นำไปเข้าเตาอบ ซึ่งเรียกวิธีการนี้ว่า tandoor cook นั่นเอง 


กินคู่กับน้ำจิ้มสะระแหน่สีเขียวๆนั่นค่ะ ซึ่งออกเปรี้ยวนิดๆ เผ็ดหน่อยๆ และหอมมินต์หรือสะระแหน่ ย้ำว่าหอมนะ ไม่ฉุน เลย สดชื่นดีค่า พอเคี้ยวทั้งคำแล้วได้กลิ่นเครื่องเทศแบบอินเดียเบาๆ รสชาตินมๆ รสสัมผัสนุ่มนิ่ม ตามมาด้วยกลิ่นสะระแหน่อ่อนๆ จานนี้ถือเป็นอาหารเรียกน้ำย่อยได้ดีเลยค่ะ
 
2 Vegetarian Samosa

Vegetarian Samosa (2 Pcs) 80.-

หน้าตามีความคล้ายกะหรี่ปั๊บทั่วไป แต่เป็นรูปทรง 3 เหลี่ยม



ด้านในมีมันฝรั่ง ถั่ว ไร้เนื้อสัตว์ทุกชนิด คลุกซอสมะขาม (tamarind sauce)
คล้ายๆกะหรี่ปั๊บบ้านเราเลยค่ะ แต่ไม่หวานและไม่มีเนื้อสัตว์ใดๆเลย ด้านนอกเป็นแป้ง ส่วนด้านในนุ่มๆ มีแค่มันฝรั่ง และถั่ว ส่วนกลิ่นเครื่องเทศของเมนูนี้มีความซับซ้อน (Complex) กว่ากะหรี่ปั๊บไส้ไก่บ้านเรา แต่ฉุนน้อยกว่า ซึ่งชิ้งว่าหอมกว่านะ อาหย่อยอีกแย้วววว
 
3 Kadhai Chicken

Kadhai Chicken 315.-




Kadhai Chicken เป็นแกงไก่ที่อร่อยมั่กๆค่ะ เนื้อไก่เค้าเลาะกระดูกออก ตุ๋นมาจนนุ่มเชียว ชามนี้หอมเครื่องเทศแบบพอดีๆ ไม่ต้องกัวฉุน สำหรับคนไทยอย่างเรา ชิ้งว่าแกงนี้เข้าใจง่ายค่ะ รสชาติแกงออกหวานนิดๆ ซึ่งไม่ใช่ความหวานแหลมๆจากน้ำตาลน้า เป็นรสชาติหวานที่มาจากวัตถุดิบที่เชฟใช้ แล้วก็มีรสชาติเปรี้ยวนิดๆตามมา ซึ่งไม่มาก น่าจะมาจากพวกมะเขือเทศ และพริกระฆังสีต่างๆ ชอบที่เค้าใส่ bell pepper หรือพริกระฆังมาด้วย กัดแล้วได้ความผักกรอบๆ แถมหอมอย่างเป็นเอกลักษณ์ ตบท้ายความความมันจากเม็ดมะม่วงหิมพานต์ค่ะ เนื้อแกงออกข้น เจ้มจ้นถึงใจ อร่อยมากค่ะ
 
ก่อนจะไปเมนูถัดไป เรามาทำความรู้จักกับแป้งของอินเดียกันซักหน่อนเน้อ ซักนิดนุง จะได้สั่งเป็นค่ะ

ซ้าย:White Wheat นุ่มเหมือนแป้งพิซซ่า ขวา:แป้งโฮลวีท แข็งกว่าค่ะ
เลือกแป้งไป 3 แบบค่ะ
1 Butter Naan แป้งแบบนี้คนไทยเราน่าจะคุ้นเคยสุด คล้ายๆแป้งพิซซ่า หนานุ่ม แล้วก็มีความคล้ายแผ่นโรตี แต่แห้งกว่า หอมเนยค่ะ
2 Pudina Parantha พารันทา แปลว่าม้วนๆ ส่วน pudina แปลว่าสะระแหน่ Pudina Parantha จะเป็นแป้งโฮลวีท แข็งกว่า naan นิดนึงค่ะ หอมสะระแหน่ด้วย เลี่ยนน้อยกว่า Butter Naan
3 Tandoori Roti แป้งโฮลวีทเหมือนกัน เป็นแป้งเพลนๆไม่ใส่เนย ไม่ใส่อะไรเลย แป้งตัวนี้แห้งสุด กรอบและบางกว่าเพื่อนค่ะ

 

ถามว่าแป้งอะไรอร่อยสุดคงตอบไม่ได้ เพราะทั้ง 3 แบบต่างก็มีเสน่ห์ไม่เหมือนกันนะ แนะนำให้เริ่มจาก Butter Naan พอเลี่ยนกับเนย ก็เปลี่ยนมา Pudina Parantha ที่หอมสะระแหน่ แล้วไปจบที่ Tandoori เพลนๆค่ะ 

 
4 Saffron Rice

Saffron Rice 190.-
ถ้าเพื่อนๆคนไหนไม่อยากกินแป้ง จะเลือกกินแกงกับข้าว Saffron แบบนี้ก็ได้ค่ะ เป็นข้าวสายพันธุ์อินเดียที่ชื่อว่า Basmatic เม็ดข้าวออกเรียวยาว เคยกินที่อื่นเม็ดข้าวจะแข็งกว่านี้ แต่ร้านนี้ทำออกมาได้นุ่มดีค่ะ กลิ่นอ่อนๆพอเป็นอโรม่า 
ทางร้านนำเครื่องเทศที่ชื่อว่า Saffron ที่ทางร้านใช้มาให้ดูด้วยค่ะ เป็นเกรดระดับพรีเมียม นำเข้าตรงมาจากอินเดียเลย จิงๆแล้วมาเป็นผงน้า แต่ที่เห็นเนี่ยเค้าละลายในน้ำค่ะ กลิ่นเค้าให้อารมณ์น้ำอบในวันสงกรานต์ ในเวอร์ชั่นที่นุ่มนวลกว่า พอหุงออกมาแล้วข้าวเป็นสีเหลืองอ่อนๆน่ากินดี ว่ามั้ยค้า ^ ^
 
5 Paneer Lababdar 

Paneer Lababdar 275.-


Paneer ชื่อเหมือนเมนูแรกเลย ซึ่งก็คือ Cottage Cheese เป็นชีสสดเนื้อนุ่มนิ่ม แต่คราวนี้ไม่ได้หั่น 3 เหลี่ยมแร้น เค้าหั่นมาเป็น 4 เหลี่ยมเต๋าเล็กพอดีคำค่ะ รสชาติก็นมๆ ละมุนๆ รสชาติอ่อนๆ แกงชามนี้รสชาติน่ารักอ่ะ สดใส ไม่หนักดี ออกหวานนิดๆ แล้วก็เปรี้ยวหน่อยๆ จากมะเขือเทศ มีความครีมมี่ที่ไม่ใช่กะทิ แล้วก็มีความมันจากเม็ดมะม่วงหิมพานต์และก็หอม+เผ็ดนิดๆ จาก Cardamom หรือลูกกระวานค่ะ อยากให้ได้ไปลองกินเมนูกันจังเลยค่ะ จะได้เข้าใจว่ามันสดใสยังไง อิอิ
 
5 Goan Fish Curry

Goan Fish Curry 380.-








แกงปลาค่ะ เป็นแกงเดียวในวันนี้ที่ใส่กะทิ ดูจากทั้งสีสันและรสชาติมีความคล้ายฉู่ฉี่ปลาบ้านเราอยู่น้า แต่ไม่หวาน ออกเค็มนำ ตามมาด้วยรสเผ็ดนิดๆ แล้วก็มีกลิ่นเครื่องเทศตามมาตบท้าย เคี้ยวไปเคี้ยวมารู้สึกว่าจะเจอเม็ดผักชี เผ็ดร้อนนิดๆ แล้วก็หอมๆค่ะ ชามนี้รสชาติซับซ้อนน้อยสุดเลยค่ะ ตรงไปตรงมา ส่วนเนื้อปลานุ่มมากแต่ไม่เละ แถมให้ปลามาแยะด้วย อาหย่อย...
ลองกินแกงปลากับข้าว Saffron ดูบ้าง เปลี่ยนบรรยากาศค่ะ โอ้ย! ฟิน! อิอิ
 
6 Tandoori Chooza

Tandoori Chooza ทั้งตัว 520.-/ ครึ่งตัวแบบนี้ 295.-


เมนูนี้น่าจะรู้จักกันดี เป็นไก่หมักเครื่องเทศ พริกแดง และโยเกิร์ต ก่อนนำไปอบค่ะ จากตาแลดูแห้งชิมิ แต่พอกินแล้วเนื้อไก่นุ่มน้า หอมเครื่องเทศแบบอินเดียที่หอมจิงๆ ยอมรับเลยค่ะ แถมเชฟปรุงรสชาติมาพอดีเป๊ะ กลมกล่อมบาลานซ์ลงตัว แถมมีความไหม้ถ่านนิดๆด้วยน้า กลิ่นห้อม หอม ชอบมากค่ะ ^ ^
 
7 Vegetable Hakka Noodle

Vegetable Hakka Noodle 235.- 




Hakka Noodle ดูจากตาคล้ายๆหมี่ซั่วบ้านเรา แต่เส้นเค้าเหนียวนุ่มสู้หมี่ซั่วไม่ได้ รสสัมผัสไปทางเส้นมาม่า แต่เส้นไม่หยิก และเล็กกว่า คือกัดปุ๊บขาดปั๊บ ไม่เหนียวหนึบค่ะ แต่ชิ้งชอบนะ เป็นเส้นที่มีกลิ่นเฉพาะอ่อนๆ มีเสน่ห์ดี เค้าบอกเป็นเมนูสไตล์ Chinese Fusion ซึ่งมีขายที่อินเดียจิงๆน้า ส่วนรสชาติเหมือนผัดหมี่ซั่วนั่นแล สไตล์จีนๆ แต่ไม่มัน แล้วก็ได้กลิ่นเผ็ดร้อนของพริกระฆังที่ชัดเจนฝุดๆ กินแล้วเพลิน แก้เลี่ยนดีเหมือนกันค่ะ
 
8 Gulab Jamun 

Gulab Jamun 95.-

ขนมหวานของอินเดียค่ะ

ที่เห็นคือ Cottage Cheese ค่ะ เค้าเอาไป deep fry มา

 
เป็นเมนูขนมหวานปิดท้ายสำหรับมื้อนั้นค่ะ พระเอกคือ Cottage cheese อีกแย้วววว จากที่ได้กินแบบสดที่ออกนิ่มๆสีขาวๆไปใน 2 เมนูก่อนหน้านี้ คราวนี้นำไปทอดบ้าง พอกินแล้วให้อารมณ์เหมือนชีสสดเชื่อม ออกหวานค่ะ ฉ่ำๆด้วย แล้วก็ได้กลิ่นหอมๆสไตล์อินเดียอ่อนๆ
 
จิงๆแล้วอาหารอินเดียมีหลายภาคเหมือนอาหารไทยบ้านเราเลยค่ะ ร้าน Indian Host เป็นอาหารอินเดียทางตอนเหนือ ซึ่งกินเนื้อสัตว์ได้ เค้าไม่ค่อยใส่น้ำตาลในอาหารเท่าไหร่ และกลิ่นเครื่องเทศไม่ฉุนจนเกินไป ส่วนตัว ชิ้งแอบมีความรู้สึกว่าใกล้เคียงกับแกงไทยๆบ้านเรา เพียงแต่มีกลิ่นเครื่องเทศของอินเดียที่มีเอกลักษณ์มั่กๆเพิ่มเข้ามา ทำให้ได้รสอร่อยรสชาติใหม่ไม่จำเจดีค่ะ พอกินเสร็จ เวลาออกจากร้านเค้าจะมีเครื่องเทศแบบนี้ให้ล้างปากค่ะ ^___^
ส่วนการเดินทางไปร้านก็ง่ายมั่กๆ ขับรถเข้าไปในซ.สุขุมวิท 22 ซัก 500 เมตร ก็จะเจอร้าน Indian Host อยู่ทางขวามือค่ะ ขับรถเข้าไปจอดโลด
ขออนุญาตย้ำกันอีกครั้งน้าค้า สำหรับสาวก All You Can Eat ทั้งหลาย หลังจากอ่านรีวิวนี้จบ แล้วทำการจองออนไลน์ผ่านลิงค์ที่แปะให้ด้านล่างนี้ ก็สามารถไปใช้สิทธิ์กินไม่อั้นที่ร้านร้าน Indian Host ได้เลย 2 ชั่วโมงเต็ม! กว่า 60 เมนู ในราคาบุฟเฟ่ต์
•              มื้อเที่ยง ท่านละ 399.-
•              มื้อเย็น ท่านละ 599.-
เป็นราคาเน็ต ไม่มีบวกๆค่ะ ตั้งแต่วันนี้ถึง
15 ม.ค.60 นี้เท่านั้น!
 
เอาจิงๆ วันนี้ที่กินไปเนี่ย 2 พันกว่าบาทนะค้า จะดีกว่ามั้ยถ้าจะใช้โปรบุฟเฟ่ต์แล้วไปจ่ายแค่ 399.- พอ สิ่งดีๆที่ชิ้งสรรหามาแบ่งปันเพื่อนๆค่า จองเล้ยๆๆๆๆ \^___^/

 


 




 

LINE it!
ติดตามบทความดีๆ รีวิวอาหาร สูตรทำอาหารได้ที่นี่

สัญชาติอาหาร

:

ORIENTAL DELIGHT

ร้านอาหาร

: Indian Host เจ้าของรางวัล Thailand’s Best Restaurant 5ปีซ้อน ออกโปรบุฟเฟ่ต์เฉพาะลูกค้าที่จองผ่านรีวิวนี้! 2 ชั่วโมง! 399.-

ที่อยู่

:

เปิดบริการ

:

โทรศัพท์

:

เว็บร้าน

:

พิกัดแผนที่ (GPS)

:

การเดินทาง

Last Edited : 28/10/2016