Simply V Dine & Wine Restaurant ขายอาหารไทยโบราณ กลางร้านโมเดิร์น! เสิร์ฟความอร่อย “น้ำตาไหล”หากินที่อื่นยาก! ราคาไม่เว่อร์! ลด 10%แค่แจ้งชื่อชิ้ง

LINE it!
ถ้าถามว่าชอบอาหารชาติไหนที่สุด คนใกล้ตัวชิ้งจะรู้เลยว่า “อาหารไทย” ค่ะ วันนี้ชิ้งก็เลยดี๊ด๊าเป็นพิเศษ เพราะจะได้ไปหม่ำอาหารไทย+นานาชาติที่ร้าน Simply V Dine & Wine Restaurant ซึ่งเป็นร้านที่เพิ่งเปิดใหม่ไม่นาน อยู่รามคำแหง 187/1 ค่ะ อยากจะบอกว่าร้านสวยมากกกกกกก ที่สำคัญชิ้งแอบไปอ่านรีวิวร้านนี้มาแร้น ฟีดแบคว่าอร่อยเด็ดดวงหลายเมนูเลยนะ! เอาหล่ะเราต้องไปพิสูจน์กัน เพราะต้องบอกตรงๆว่าอาหารไทยที่อร่อยถูกปากแลถึงใจชิ้งเนี่ย หายากนะก๊ะ เพราะชิ้งถนัดทำอาหารไทยไง วันนี้แหล่ะจะเขียนรีวิวแบบจัดเต็ม! หึหึห้าห้าห้า…

อาคาร 2 ชั้น สีเทา-ดำ บนพื้นที่ 400 ตร.วา

ร้านนี้ตกแต่งในสไตล์ Loft ที่มีกลิ่นไอของ Modern Interior ค่ะ

เอาหล่ะค่ะ ไม่อยากให้ทุกท่านเสียเวลา เรามาเริ่มหม่ำกันเลยดีกว่ากับจานแรก... ซีซ่าสลัด

ซีซ่าสลัด

จานมหึมาแค่ไหนถามใจเธอดู...


Caesar Salad จานนี้ไม่ใช่สไตล์อิตาเลี่ยนค่ะ ออกแนวอเมริกันซะมากกว่า แต่งจานก็สไตล์อเมริกันเลย คือเน้นจานใหญ่ๆไม่ประดิษฐ์เยอะ ทางร้านใส่เพสโต้ แต่ไม่ใส่ปลาร้าฝรั่ง หรือที่เรียกว่า แอนโชวี่ ซึ่งโอเคนะคะ เพราะชิ้งก็ไม่ค่อยปลื้มเจ้าแอนโชวี่ซักเท่าไหร่ แต่ถ้าเป็นปลาร้าบ้านเรา ขอนัวๆเด้อ! ^___^’ สำหรับชิ้งจานนี้โดดเด่นที่น้ำสลัดค่ะ ได้กลิ่นของโหระพาฝรั่งนิดๆ (Italian Basil) ส่วนรสชาติเค้าจัดจ้าน เจ้มจ้น ออกหวาน ไม่ครีมมี่เท่าไหร่ พอเจอกับชีสมันจะพอดี เป็นรสชาติของเดรสซิ่งที่ไม่เหมือนร้านอื่นๆเลยค่ะ ต้องไปลองกันดู ส่วนผักคอสสดกรอบ มีไข่ต้มด้วยซึ่งก็ไปด้วยกันได้ดีค่ะ ไม่แปลกใจเลยที่เป็น1ในเมนู signature ของทางร้านค่ะ เห็นจานใหญ่ๆแบบนี้ 220.-
 
มาต่อกันที่อาหารจากฟากตะวันตกกันต่อกับจานนี้ ซุปข้นเห็ด

ซุปข้นเห็ด


เนื้อซุปเค้าข้นแบบไม่ได้ใส่แป้งอ่ะค่ะ ความข้นนี้ได้มาจากการเอาเห็ดไปปั่นจน thick แต่ก็ไม่ได้ข้นขลักมากจนเกินไปน้า หอมเห็ดจีจี ไม่ครีมมี่จนเลี่ยน อ้อ! ต้องกินคู่กับขนมปังครูตองซ์กรอบๆที่ทางร้านทำเองค่ะ ให้อารมณ์โฮมเมด ^ ^
 
ไปต่อกันที่อาหารฝรั่งเมนูสุดท้ายก่อนจะข้ามไปชิมอาหารไทยที่รอคอย กับ สเต็กหมูสไตล์เท็กซัส

สเต็กหมูสไตล์เท็กซัส 320.- เสิร์ฟมาพร้อม สลัด และ ฮัชบราวน์ หรือมันฝรั่งทอดนั่นเอง


เอาจิงๆ การย่างเนื้อชิ้นหนาๆแบบนี้ให้สุกพอดีทั่วทั้งชิ้น แต่เนื้อในยังคงฉ่ำไม่แข็งกระด้างนี่ ไม่ใช่เรื่องง่ายๆน้า คุณหมีเจ้าของร้านใจดีมั่กๆ ยอมเผยเคล็ดลับให้ฟังค่ะ การที่เราย่างสเต็กแล้วแข็งเนี่ยเป็นเพราะ ระหว่างที่มันสุก มันค่อยๆ lost น้ำที่อยู่ในเนื้อไปด้วยไง หลักการง่ายๆก็คือต้องเติมน้ำเข้าไปซะก่อนค่อยนำไปย่าง ซึ่งปริมาณจะมากน้อยแค่ไหนก็อยู่ที่น้ำหนักของเนื้อ และส่วนที่จะนำมาย่างค่ะ เพียงเท่านี้ก็จะได้สเต็กที่ย่างแล้วนุ่ม โดยที่ไม่ต้ง ไม่ต้องซูวีกันให้เมื่อยตุ้ม
 
ส่วนตัวชิ้งชอบซอสเท็กซัสนี้มั่กๆค่ะ ไม่ใช่รสชาติไทยๆแบบทั่วๆไป มันคือรสชาติเท็กซัสสไตล์ Simply V จิงๆ ตัวซอสมีส่วนผสมของ apple cider ให้รสชาติเปรี้ยว หวาน หอมผลไม้ ส่วนเนื้อซอสก็ไม่ข้นจนเกินไปด้วยค่ะ เพิ่มทั้งความฉ่ำและสดชื่น
 
พักดื่มน้ำซักครู่ เพราะที่ร้าน Simply V มีเมนูเครื่องดื่มเด็ดๆเยอะแยะเลยค่ะ ได้ยินมาว่าแยมก็เลิศ แต่แยมมีเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์เท่านั้นน้า ถ้าสนใจลองถามที่ร้านดูค่ะ

น้ำอัญชัน

ชามะนาว
 

 
 ในที่สุดก็ถึงเมนูอาหารไทยจานแรก กับ ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ ค่ะ


ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ 150.-


คั่วไก่จานนี้เป็นสูตรดังเดิมของเยาวราช แต่มาจัดจานแบบใหม่ สวยงามน่ากินดีเน๊าะ ขอชมว่าผัดมาได้แห้ง หอมกระทะ และไม่อมน้ำมันค่ะ เค้าต้องใช้ไฟแรงมากนะคะ ไม่งั้นไม่มีทางหอมกระทะแบบนี้ เสิร์ฟมาพร้อมเครื่องปรุงแบบก๋วยเตี๋ยว ไม่ได้เสิร์ฟมาพร้อมซอสพริกแบบทั่วๆไปค่ะ
 
ไปต่อกันเลยค่ากับ หมูย่างจิ้มแจ่ว

หมูย่างจิ้มแจ่ว


อยากจะเปลี่ยนชื่อเมนูให้ใหม่ว่า หมูนุ่มย่างจิ้มแจ่ว หมูคือนุ่มมากกกกกกกกกก ทั้งๆที่ไม่ค่อยมีมัน นั่นเป็นเพราะเค้าใช้เทคนิคเติมน้ำเข้าไปในเนื้อหมูก่อนย่างค่ะ ส่วนหมู นอกจากเค้าจะหมักจนมีรสชาติกลมกล่อมในตัวแล้ว เค้ายังใส่ข้าวคั่วลงไปหมักด้วย พอย่างแล้วมันเลยหอมไป3บ้าน8บ้าน! แนะนำว่าคำแรกไม่ต้องจิ้มแจ่วค่ะ อร่อย หอม เค็ม หวานพอดี๊ ส่วนคำถัดๆมาค่อยจิ้มแจ่วดู จะได้ฟินหลายๆเวอร์ชั่น
 
ต่อกันด้วยจานที่ 6 เลย กับ ส้มตำข้าวโพด เมนู popular ประจำร้าน เพราะสั่งแทบทุกโต๊ะ!

ส้มตำข้าวโพด ใส่ไข่เค็ม
อาหย่อยค่ะ ชิ้งเนี่ยเป็นคนชอบข้าวโพดหวานเป็นทุนเดิมอยู่แระ แต่มักจะเจอร้านที่ตำออกมาหวานเกิ๊น แต่ตำข้าวโพดของที่นี่รสชาติเป๊ะมาก คือถ้าข้ามเส้นนี้อีกนิดจะหวานแร้นน้า แต่นี่ปรุงมาได้พอดีมากอ่ะ รสชาติเปรี้ยวหวานสดชื่นมากๆค่ะ กลิ่นกระเทียมก็แทบไม่มี ซึ่งตำข้าวโพดมันไม่ควรมีกลิ่นกระเทียมมากลบเหมือนตำอื่นๆเน้อ ประทับใจ ^ ^
 
อย่าเพิ่งรีบอิ่มน้า เพราะยังมีอีก 6 เมนูค่ะ ^___^’ ไปต่อกันเลยกับ ยำเป็ดรมควัน

ยำเป็ดรมควัน




จี๊ดมากค่ะจานนี้ พอดีชอบเป็ดซะล่วย แต่นี่ไม่ใช่เป็ดธรรมดา เพราะเค้าคือเป็ดรมควัน ซึ่งทางร้านรมเองนะครัช! คุณหมีคนเดิมอีกแระ เป็นคนชอบทำอาหารมั่กๆ ชอบทดลองนั่น นี่ โน่นอยู่เสมอ และหนึ่งในการทดลองของคุณหมีก็คือการรมควันเนื้อสัตว์ต่างๆค่ะ คุณหมีแชร์ว่าการรมควันก็คือการถนอมอาหาร แยกออกมาได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ซึ่งก็คือ
1. cold smoke ที่ไม่ได้ใช้อุณหภมิสูง
2. Hot smoke การรมควันแบบให้เนื้อสุกด้วย
ส่วนไม้ที่ใช้รมควันต้องเป็นไม้ที่ไม่มียาง เช่น ไม้โอ้ค ไม้เชอรี่ ต้นฮิกคอรี ต้นแอปเปิ้ล ฯลฯ
 
เป็ดรมควันจานนี้หอมมากอ่ะ กลิ่นชัดเจนแต่ไม่ถึงกับฉุนน้า ส่วนน้ำยำก็เจ้มจ้นค่ะ แซ่บ! ครบเครื่องสมุนไพร เมนูนี้แนะนำให้ลองเลยค่ะ
 
ยังอยู่กันที่เมนูยำค่ะ กับ ยำหมูกรอบ นั่นเอง

ยำหมูกรอบ


เค้าสไลด์หมูให้บางแล้วทอดจนกรอบจิงๆ เมนูนี้เสิร์ฟมาแล้วต้องรีบกินน้า จะได้กรอบ น้ำยำเค้ามีความน้ำพริกเผานิดๆซึ่งเข้ากับหมูได้ดี แต่ไม่ได้ใส่กะทิเหมือนยำถั่วพูน้า ซึ่งชอบค่ะ เพราะทำให้ไม่เลี่ยนจนเกินไป แอบเห็นเค้าซอยสมุนไพรพวกตะไคร้ ใบมะกรูดมาบางๆแบบนี้ เห็นถึงความพิถีพิถันค่ะ
 
**มาถึงเมนูที่ชอบสุดในวันนั้น กับ แกงรัญจวนค่า**

แกงรัญจวน




"แกงรัญจวน" เกิดขึ้นมาในสมัย ร.5ค่ะ เป็นเมนูลูกครึ่ง ^ ^ เธอมีความต้มยำ และก็มีความน้ำพริกกะปิ ที่จิงเธอเกิดขึ้นมาจากความประหยัดล้วนๆ คือมีอะไรเหลือๆก็ใส่ลงไป ย้อนไปในวันนั้น ที่ครัวคงจะมีสมุนไพรเหลือแยะ เค้าเลยกระหน่ำมาไม่ยั้งจนหอมรัญจวนหัวใจชุ้งชิ้งถึงขนาดนี้! เอาไปเลย 10 คะแนนเต็ม! 10 คะแนนเต็ม! 10 คะแนนเต็ม!
 
หอมม๊าก! นอกจากจะหอมสมุนไพรพวกข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด กระเทียม หอมแดง ลูกโดด และพริกแห้งแล้ว ยังได้กลิ่นโหระพามาในเวลที่พอดีมั่กๆ! รสชาติเผ็ดร้อนจากสมุนไพรที่ไม่มีน้ำพริกเผา มีรสชาติของน้ำพริกกะปิมานิดๆด้วยนะ น้องรัญจวนให้รสชาติแซ่บร้อนแบบใหม่ที่เข้าใจง่ายมากกกกกกกกกก ความเปรี้ยวหวานนี่จับมือประสานกันมาแบบกลมเกลียวจีจี ซดแล้วสดชื่น คนเป็นหวัด ได้ชามนี้เข้าไปรับรองจมูกโล่งค่ะ!
 
มาถึงเมนูที่รักมากกกกกกกกกก อีก1เมนูค่ะ กับ หมี่กรอบสูตรโบราณ

หมี่กรอบสูตรโบราณ 150.-




บอกเลยว่าโดยพื้นฐานแล้วชิ้งไม่ชอบเมนูนี้ แต่ร้านนี้สามารถชนะใจชิ้งได้อย่างง่ายดายค่ะ ประทับใจแรกเลยคือเค้าทอดมาใหม่ๆ และไม่อมน้ำมัน เจอแบบนี้เข้าไป ชิ้งนี่รีบยิงคำถามเลยค่ะ ว่าทอดยังไงถึงไม่อมน้ำมันค้า คุณหมีบอกว่าง่ายๆ ตอนแช่เส้นให้ใส่น้ำส้มสายชูลงไปหน่อย ไม่ต้องเยอะ แค่นี้ก็ทอดแล้วไม่อมน้ำมันแล้วจ้า ไว้ต้องลอง อิอิ

ความพิเศษของจานนี้อีกอย่างคือ เค้าผสมส้มซ่าลงไปในน้ำปรุงด้วยค่ะ แล้วมีการฝานเปลือกมาโรยหน้าด้วยน้า ส้มซ่าให้กลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์มากๆ บางร้านใส่จนฉุนไป แต่ที่นี่คือเป๊ะค่ะ น้ำปรุงหวาน แต่ไม่หวานจนบาดคอเหมือนที่อื่น ความฟูกรอบของหมี่ให้ความรู้สึกเบาสบาย ไม่เหนียว! และไม่ต้องเคี้ยวจนเมื่อยกราม! ความกรอบในจานมีทั้งจากหมี่กรอบ และไข่ทอด ซึ่งให้ความกรอบที่ไม่เหมือนกัน เพิ่มความน่าสนใจ พอเริ่มเลี่ยนก็กินแนมกับผักต่างๆที่เสิร์ฟมาในจาน เมนูนี้ชิ้งขอแนะนำค่ะ
 
มาถึงเมนูที่ 11 แล้วค่ะ กับ เซ็ตน้ำพริกลงเรือ

เซ็ตน้ำพริกลงเรือ และผองผัก

ปลาทูที่เห็นคือตัวเมีย สังเกตว่าตัวจะป้อมๆ สั้นๆ ตัวใหญ่มาเลยค่ะ

เห็นหมูหวาน ไข่เค็ม และปลาดุกฟูนั่นม้ายยยย
เมนูน้ำพริกจะขาดขมิ้นขาวมิได้อย่างเด็ดขาด!!!

น้ำพริกรสชาติจัดจ้านถึงใจ เผ็ด-เปรี้ยว-หวาน เจ้มจ้นจิงๆ!  จิงๆเบสของน้ำพริกลงเรือก็คือน้ำพริกกะปิ แต่จะหวานกว่าเพราะมีหมูหวาน ได้รสสัมผัสกรอบๆหอมๆของปลาดุกฟู และได้รสชาติเค็มๆมันๆจากไข่แดงเค็มค่ะ
 
มาถึงเมนูสุดท้ายซะแระ กับ ปลากะพงทอดกรอบผัดพริกไทยดำ ค่ะ

ปลากะพงทอดกรอบผัดพริกไทยดำ

ตัวหย่ายมั่กๆ แต่ก็กินหมดอยู่ดี 555

สีสันสวยงาม...
เมนูนี้ก็เด็ดอ่ะ ซอสพริกไทยดำเค้าผัดได้ถึง แถมใส่สมุนไพรต่างๆมาไม่ยั้งเลย ปรุงมาแบบเข้มข้นเลยค่ะ หอมพริกไทยดำ ผักต่างๆยังคงกรอบไม่เละ แบบนี้เค้าเรียกว่าผัดเป็น ส่วนปลาก็กรอบกริ๊บ จิงๆแค่กินปลาทอดกรอบๆก็ฟินแย้ววววว
หลังจากกินเสร็จ ชิ้งรีบขอคุณหมีเลยค่ะ ว่าให้เกียรติเข้าไปอยู่ในหนังสือแนะนำร้านอาหารของชิ้งที่กำลังเขียนอยู่ได้มั้ย ด้วยความที่ชิ้งไม่ได้จะถูกใจอาหารไทยได้ง่ายๆ ในเล่มเลยยังไม่มีร้านอาหารไทยซักร้านเลยค่ะ ดังนั้นร้าน Simply V จะเป็นร้านอาหารไทยร้านแรกในหนังสือ ดังนั้นไม่ต้องมาถามว่าอร่อยมั้ย เคแมะ? 555 ค่าเสียหายเฉลี่ยอยู่ที่ 70บ.-380บ.เท่านั้น ถือว่าเฟรนลี่น่ารักจับต้องได้เข้าถึงทุกคน
 
จิงๆแล้วยังมีเมนูซิกเนเจอร์อีกหลายเมนูเลยค่ะ อาทิ ลูกชิ้นปลาภูเก็ตลวกจิ้ม, ผักบุ้งผัดกะปิกุ้ง, เป็ดผัดยี่หร่ากระเพรากรอบ, แกงเขียวหวานไก่ โรตี, ปีกไก่ทอดสไตล์นิวยอร์ค, ขาหมูเยอรมัน ฯลฯ โอ้ย! น่าโดนทั้งน้านนนนนน...
 
ส่วนบรรยากาศร้านสวยมากค่ะอย่างที่บอกไปตั้งแต่ต้น Simply V เป็นร้านค่อนข้างใหญ่ รองรับลูกค้าได้ 200 ที่นั่งเลยทีเดียว แบ่งออกเป็นโซนต่างๆ
  • Main Dining โถงกลางที่ชิ้งมานั่งในวันนี้ค่ะ รองรับได้ 100 ที่นั่ง







ภายในร้าน เค้านำชิ้นงานเก่าๆของโรงงานอุตสาหกรรมมาตกแต่งค่ะ

ไม้บนโต๊ะที่เห็นนี่ เค้ารื้อมาจากโรงงานทอผ้า ซึ่งปิดตัวไปแล้ว




  • Coffee Corner มุมโต๊ะกาแฟเก๋ๆติดกระจก รองรับแสงธรรมชาติ นั่งไปชมสวนไปเพลินๆค่ะ นั่งได้ประมาณ 20 ที่นั่ง






  • Private Room รับลูกค้าได้ถึง 30-50 ที่นั่ง สามารถรีเควสให้ทางร้านติดตั้งเครื่องคาราโอเกะได้ด้วยน้า
  • Out Door ให้ได้ใกล้ชิดธรรมชาติ โซนนี้จุได้ 10-20 ที่นั่งค่ะ



อ.หมี ญาณวิทย์ วัฒนสิน อ.พิเศษสาขาศิลปะการออกแบบพัสตาภรณ์ ม.ธรรมศาสตร์ และผู้บริหารร้าน Simply V คนเก่ง ที่ถูกพาดพิงชื่อไปตั้งหลายรอบค่ะ อิอิ
 
ชื่อร้าน : Simply V Dine & Wine Restaurant
ที่อยู่ : ซ.รามคำแหง 187/1
เปิดทุกวัน : 11.00น.-21.00น.
โทร : 02-0412016
www.facebook.com/SimplyVfoods
 
ขอย้ำอีกรอบนะค้า ไม่อยากให้พลาดกันเลย มีส่วนลดเฉพาะค่าอาหาร 10% ทันทีที่แจ้งชื่อชิ้งกับทางร้าน ก่อน 31 ต.ค.59นี้ค่ะ


วันนีไปแระ บะบาย...
 
LINE it!
ติดตามบทความดีๆ รีวิวอาหาร สูตรทำอาหารได้ที่นี่

สัญชาติอาหาร

:

ORIENTAL DELIGHT

ร้านอาหาร

: Simply V Dine & Wine Restaurant ขายอาหารไทยโบราณ กลางร้านโมเดิร์น! เสิร์ฟความอร่อย “น้ำตาไหล”หากินที่อื่นยาก! ราคาไม่เว่อร์! ลด 10%แค่แจ้งชื่อชิ้ง

ที่อยู่

:

เปิดบริการ

:

โทรศัพท์

:

เว็บร้าน

:

พิกัดแผนที่ (GPS)

:

การเดินทาง

Last Edited : 27/09/2016