รู้จักเครื่องดื่มชั้นนำอย่าง Old Pulteney พร้อมรีวิวห้องอาหารเอเลเมนท์, โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ ชิ้งเจอแล้ววิธีกินคอร์สเมนูให้ฟินถึงขีดสุด!

LINE it!

 
     ไปเจออะไรดี อะไรเด็ดเป็นไม่ได้ ต้องประกาศให้โลกรู้ค่ะ มีความโรคจิตนิดนุง หึหึห้าห้าห้า \^___^/ วันนี้ชิ้งพามาดินเนอร์หรูแต่ราคาไม่ไกลจนเกินเอื้อมที่ห้องอาหารเอเลเมนท์ ของ โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ ชั้น 25 ค่ะ เป็น เมนู 4 คอร์สกินแพริ่งกับเครื่องดื่มที่ชิ้งยอมรับว่าเด็ดจริงๆอย่าง Old Pulteney (โอลด์ พุลท์นี่ย) ซึ่งเป็นวิสกี้ระดับ Award Winning จากประเทศ สกอตแลนด์
 

หน้าตาของ Old Pulteney ทั้ง 3 ตัวที่ได้ลิ้มลองในคืนนั้นค่ะ รุ่น 12ปี, 17ปี และ 21ปี
 
     ก่อนจะไปที่อาหาร ชิ้งว่าเรามาทำความรู้จักกับประวัติความเป็นมาของวิสกี้กันก่อนดีกว่าเน้อ... แน่นอนเมื่อพูดถึงวิสกี้ ถึงหลายๆคนจะไม่คุ้นเคย แต่ต้องรู้จักคำว่า “สก็อตช์วิสกี้” อย่างแน่นอน เพราะไม่มีที่ไหนบนโลกใบนี้ที่จะได้ผลิตซิงเกิ้ล มอลต์ สก็อตช์วิสกี้ได้เก่งและดีไปกว่าที่สกอตแลนด์อีกแล้ว โดยเฉพาะเขตไฮแลนด์ที่มีการแข่งขันอันดุเดือดมั่กๆ และ 1 ในแบรนด์ระดับแนวหน้าก็หนีไปพ้นวิสกี้ที่เราจะได้ลิ้มลองในค่ำคืนนั้นค่ะ ซึ่งก็คือ Old Pulteney นั่นเอง
      Old Pulteney Distillery (โรงกลั่น โอลด์ พุลท์นี่ย์) นั้นมีประวัติยาวนานถึง 190 ปี!!! ได้รับรางวัลมามากมาย และหนึ่งในรางวัลที่เพิ่งได้รับเมื่อไม่นานมานี้ก็นี่เลยค่ะ จากงาน World Whiskies Awards 2016 และเป็นครั้งที่ 2ในช่วง 4ปี ที่ผ่านมา ที่โรงกลั่นนี้ได้ชื่อว่าเป็นที่สุดของโลก ความเป็นพิเศษของ Old Pulteney คือกลิ่นค่ะ เค้าเป็นวิสกี้ที่มีกลิ่นไอของเกลือทะเล คงเป็นเพราะลมชายทะเลที่อยู่ล้อมรอบโรงกลั่นในเมือง Wick (วิค) นั่นเอง จนได้ขนานนามว่า The Maritime Malt (มาริทาม มอลต์)


ได้โต๊ะนี้ค่ะ ติดกระจกเลย ขวามือเห็นสระว่ายน้ำ


มีเกลือวางอยู่ที่โต๊ะด้วยค่ะ


 
     เอาหล่ะเริ่มหม่ำกันเลยค่ะ เชฟใหญ่ แอนโทนี่ ชอลท์ไมเยอร์ (Antony Scholtmeyer) บอกว่าอาหารที่ร้านไม่ใช่ฝรั่งเศสฟิวชั่น แต่เป็นอาหารสัญชาติฝรั่งเศสที่มีกลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่นเข้าไปสอดแทรกอย่างลงตัว (French Cuisine with Japanese Influences) สำหรับมื้ออาหารจะเริ่มต้นด้วยขนมปังค่ะ ตามธรรมเนียมปฏิบัติของอาหารฝรั่งเศสแท้ๆ ขนมปังมาเสิร์ฟแบบอุ่นๆเลยค่ะ ผิวนอกกรอบ กัดเข้าไปจะได้กลิ่นอายหอมๆและไออุ่นออกมา เค้าเสิร์ฟมาพร้อมเนยซึ่งจะอยู่ในห่อกระดาษบางๆ ประทับตรา Elements เอาไว้ด้านบน ตัวเนยเป็นแบบจืดค่ะ










ตามมาด้วย Amuse-Bouche (อมูสบุช อาหารทานเล่นพอดีคำ) คืนนั้นได้เป็นจานนี้ค่ะ





เนื้อเนียนละมุนลิ้นค่ดีะ รสชาติชีส มันๆ เค็มๆ พอเข้าปากแล้วได้รสสัมผัสกรุบๆนิดๆ ได้ความสดชื่นของดอกไม้และผักชี ส่วนซอสสีส้มๆนั้นมีส่วนผสมของ อุเมะชู หรือเหล้าบ๊วยญี่ปุ่น รสชาติเปรี้ยวหวาน ใน 1 คำได้หลากหลายรสชาติที่ลงตัว

เริ่มคอร์สแรกกันเลยดีกว่าค่ะ...

Three Oysters: Crispy Salt and Pepper Style (Onion pickle – Avruga Caviar – Spicy Avocado Sauce)


เครื่องดื่มที่มาแพริ่งกับคอร์สแรกคือ Old Pulteney Collins Cocktail








สำหรับจานนี้ เค้านำหอยนางรมไปทอดให้สุกมาก่อนเล็กน้อย แล้วปรุงด้วยเกลือและพริกไทย เสิร์ฟมาพร้อม spicy Avocado Sauce ด้านบนเป็น Avruga Caviar ล่างสุดเป็น หอมแดงดอง
 
     จานนี้อร่อยมากค่ะ ได้ความหวาน ฉ่ำ ฉุนนิดๆจากหอมแดงที่ยังกรอบ ส่วนซอสอาโวคาโด้ รสชาติมันๆ เผ็ดร้อนและได้กลื่นหอมนิดๆ จากผงเครื่องเทศของอินเดีย กลิ่นผักชีค่อนข้างชัดเลย ส่วนคาเวียร์ก็เค็มนิดๆ ให้รสสัมผัสที่เป็นเอกลักษณ์ แนะนำให้กินทุกอย่างใน 1 คำค่ะแล้วหลับตาพริ้มดู อิอิ 



Old Pulteney Collins Cocktail แก้วนี้เข้ากับ 3 Oysters มากๆๆๆๆๆ  เป็นค็อกเทลที่ให้ความสดชื่น เปรี้ยวๆหวานๆ ผู้หญิงดื่มง่ายค่ะ แอบได้กลิ่นโอ้คจากวิสกี้นิดนุงด้วยน้า ทำให้น่าสนใจ แก้วนี้เข้ากับซีฟู้ดอย่างหอยเชลล์ได้ดีจริงๆ



คอร์สที่ 2 เป็นซุปล็อปสเตอร์ค่ะ หรือ Lobster Bisque นั่นเอง

พนักงานจะเดินมารินฟอง Matcha Cappuccino (มัชฉะคาปูชิโน่) ให้ที่โต๊ะค่ะ







     ซุปข้น หอมล็อปสเตอร์อย่างชัดเจน เป็นรสชาติที่ไม่ซับซ้อน ตรงไปตรงมา ไม่ค่อยครีมมี่เท่าไหร่ ที่ปลายลิ้นแอบมีความขมนิดๆเพราะมีส่วนผสมของ Cognac แต่ไม่ได้ขมมากน้า แค่นิดนุง ส่วนฟองมัชฉะคาปูชิโน่หอมๆมันๆดีค่ะ พอเคี้ยวโดนเนื้อ Lobster จะได้กลิ่นของส้มญี่ปุ่น Yuzu ค่อนข้างชัดเจน ซึ่งชิ้งชอบที่มีนะคะ


Old Pulteney 12 Years Old กับน้ำแข็ง
 
แก้วนี้ออกสีทองอ่อนๆ จิบแล้วออกหวานนุ่ม ให้ความรู้สึก Sweet Long Lasting Finish กลิ่นเค้าออกน้ำเกลือหรือน้ำเค็ม ผสมกับกลิ่นผลไม้อย่าง Citrus อ่อนๆค่ะ สำหรับชิ้งรู้สึกว่านุ่มค่ะ พอดื่มคู่กับซุปที่ออกเค็ม มันเข้ากั๊น เข้ากัน


ตามมาติดๆด้วยคอร์สที่ 3...

Crispy Skin Soy Marinated Duck Breast and Confit Leg




Confit Leg


อกเป็ดเนื้อนุ่มๆ






มะเขือม่วงก้านดำอบผสมขิง
 
     จานนี้เป็นเป็ดที่เชฟปรุงมา 2 แบบในจานเดียวค่ะ แบบแรกเป็นเนื้ออกเป็ดตัดเป็นชิ้นใหญ่ๆติดหนัง อยากบอกว่าเนื้ออกเป็ดเค้านุ่มและฉ่ำมากๆค่ะ ทานกับฟักทองพูเร่สีเหลืองนั่น ที่ให้รสชาติหวานอ่อนๆของฟักทอง เข้ากันได้ดีจิงๆ อีกแบบเป็น Duck Confit ใช้ส่วนขานะคะ หนังงี้กรอบมาเลย เคี้ยวแล้วทั้งอร่อยทั้งหอมตลบอบอวลในปาก และถึงจะทอดมา แต่เนื้อด้านในยังคงนุ่ม ไม่แห้งกระด้างเหมือนบางร้าน กินคู่กับซอส Yuzu Jus ที่หอมกลิ่นส้มญี่ปุ่นยูซุชัดเจน ออกเปรี้ยวอมหวาน
 
นอกจากนั้นในจานยังมี Crispy Eggplant มะเขือม่วงก้านดำอบกรอบ
และต้นผักชีที่วางประดับไว้ข้างจาน เมนูนี้แนะนำจากใจเลยค่ะ


Old Pulteney 17 Years Old ผสมโซดาและน้ำแข็ง
 
แก้วนี้ให้รสชาติหวานที่มีกลิ่นไม้นิดๆ นอกจากนี้ก็ยังให้กลิ่นส้มอ่อนๆ และน้ำทะเลเข้ามาด้วยค่ะ กลิ่นจะชัดกว่าแก้วเมื่อกี้ 




เดินทางมาถึงคอร์สสุดท้ายแล้วค่ะ กับ Yuzu Mango



Yuzu Ball






ไอศครีมมะม่วงเสิร์ฟกับช็อกโกแลตจิวารา และ เจลรสส้มยูซุ ชอบค่ะ มีความเป็น Japanese Twists อีกแล้ว
รสชาติไม่หวานจนเกินไป แต่งจานมาสวยงาม



Old Pulteney 21 Years Old แบบเพียวๆ
 
     บอกเลยว่าชอบแก้วนี้ที่สุดค่ะ รุ่นนี้ได้รับรางวัล World Whisky of the Year ในหนังสือ Whisky Bible 2012 ซึ่งเป็นที่สุดของคัมภีร์รีวิววิสกี้) ของ Jim Murray (จิม เมอร์เรย์) ผู้เป็นกูรูด้านวิสกี้ระดับโลกมาด้วยน้า เค้าบอกว่าจิม เมอร์เรย์ ให้คะแนนโอลด์ พุดนี่ย์ รุ่น 21 ปีนี้ถึง 97.5 เลยทีเดียว!
     รสชาติเข้มข้นค่ะ แทรกด้วยกลิ่นของแอปเปิ้ลและลูกแพร์ แต่ก็ยังได้กลิ่นที่นุ่มลึกของท๊อฟฟี่ บวกกับวานิลลา มีความ Spice ด้วยนะคะ ดมเข้าไปแล้วรู้สึกแสบตานิดนุงอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน ตบท้ายด้วยกลิ่นควันไม้ค่ะ
     พอจบคอร์ส ทางร้านจะเสิร์ฟชาหรือกาแฟให้ค่ะ ชิ้งเลือกชาค่ะ มาพร้อมขนมช็อกโกแลตสไตล์ญี่ปุ่นที่เสิร์ฟมาบนขอนไม้
 



Red tea “Rouge Metis” ของ Mariage Frères (มาคิยาจ แฟรส์)


อันนี้เป็นชาแดง ไม่มีคาเฟอีนค่ะ ให้กลิ่นผลไม้อ่อนๆ ผ่อนคลาย


“Marco Polo”


ส่วน Marco Polo เป็นชาดำ ออกฟรุตตี้








 
     เป็นอีกมื้อที่ประทับใจค่ะ อาหารอร่อย แต่ค่ำคืนนั้นอร่อยยิ่งขึ้นด้วยวิสกี้ระดับโลกอย่าง Old Pulteney ที่แพริ่งกับเมนูอาหารทั้ง 4 คอร์สได้เป็นอย่างดี เสียดายที่คนไทยยังไม่ค่อยรู้จัก ชิ้งก็เลยยกมาแนะนำซะเลย อาจจะหาดื่มยากซักหน่อยเน้อ แต่ที่แน่ๆ ไปลองดื่มกันได้ที่ โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ (The Okura Prestige Bangkok) ค่ะ มีแน่นอน คืนที่ไป Elements คนเต็มห้องอาหารเลย บอกเลยว่าสั่ง Old Pulteney มาดื่มกันแทบทุกโต๊ะ! หรือไปนั่งชิลล์ๆ ตรงอัพ แอนด์ อะโบฟ บาร์ ชั้น 24 ได้นะคะ ชิ้งหนุนใจให้ไปลองเปิดรับประสบการณ์ใหม่ๆดูค่ะ แต่จะลองทั้งที ลองของดีระดับโลกไปเลยค่า ^___<
 
ขอลากันไปด้วยภาพบรรยากาศร้านที่สวยสะพรึงแบบนี้...

เก๋ๆด้วยครัวเปิด ได้เห็นความพิถีพิถันของเชฟในทุกขั้นตอน




เดินเข้ามาในโรงแรม แล้วกด Lift ขึ้นชั้น 24 ก็จะเจอ Lobby แบบนี้ค่ะ 




จากล็อปบี้ชั้น 24 ก็เดินขึ้นบันไดเลยค่ะ










ในส่วนของ Outdoor

























ห้องอาหารเอเลเมนท์ (Elements), ชั้น 25, โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ (The Okura Prestige Bangkok)
เปิดบริการ วันอังคาร - วันเสาร์ เวลา 18.00 - 22.00 น.

โทร 02 687 9099
แฟนเพจ
www.facebook.com/ElementsAtTheOkuraPrestigeBangkok

 
LINE it!
ติดตามบทความดีๆ รีวิวอาหาร สูตรทำอาหารได้ที่นี่

สัญชาติอาหาร

:

ORIENTAL DELIGHT

ร้านอาหาร

: รู้จักเครื่องดื่มชั้นนำอย่าง Old Pulteney พร้อมรีวิวห้องอาหารเอเลเมนท์, โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ ชิ้งเจอแล้ววิธีกินคอร์สเมนูให้ฟินถึงขีดสุด!

ที่อยู่

: ห้องอาหารเอเลเมนท์ (Elements), ชั้น 25, โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ (The Okura Prestige Bangkok)

เปิดบริการ

: เปิดบริการ วันอังคาร - วันเสาร์ เวลา 18.00 - 22.00 น.

โทรศัพท์

: โทร 02 687 9099

เว็บร้าน

:

พิกัดแผนที่ (GPS)

:

การเดินทาง

Last Edited : 03/10/2016