คนชอบกระทะร้อนต้องโดน! รีวิว 5 อันดับสุดยอดเมนูขายดีที่ Pepper Lunch by ChingCanCook

LINE it!
     

    แค่เอ่ยถึงชื่อ Pepper Lunch ภาพกระทะร้อนและเสียงร้องฉ่า ฉ่าก็มารัวๆแล้วค่า ทันทีที่เดินมาถึงร้าน ก็จะพบกับพนักงานยิ้มหวานใส่พร้อมกับคำกล่าวต้อนรับว่า “อิรัชไชมาเซ” จนเป็นสัญลักษณ์ของร้านทุกสาขาไปแล้ว 
 

 
     แล้วเพื่อนๆรู้มั้ยจ๊ะว่า เปปเปอร์ ลันช์ เข้ามาเมืองไทยปีนี้เข้าปีที่ 10 แร้วน้า! และจะครบ 20 สาขาในเดือน ส.ค. ที่จะถึงนี้ อื้อหือ! ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างงดงามในบ้านเราเลยทีเดียว แต่ไม่เท่านั้นจิ! เพราะชื่อเสียงของ Pepper Lunch โด่งดังไปทั่วเอเชียเลยน้า ทั้งญี่ปุ่น เจ้าของลิขสิทธิ์ เกาหลี จีน ไต้หวัน สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฮ่องกง ฟิลิปปินส์ เวียดนาม รวมถึงประเทศไทยของเราด้วย ณ ปัจจุบัน เปปเปอร์ ลันช์มีสาขามากถึงกว่า 3 ร้อยสาขาทั่วโลก!
 

 
     เค้าบอกว่าทุกเมนูที่เสิร์ฟมาบนจานร้อนจะสามารถคงรักษาอุณหภูมิที่พอเหมาะได้นานถึง 20 นาทีเลยทีเดียว! เพื่อให้เราอร่อยตั้งแต่คำแรกยันคำสุดท้าย แถมยังสามารถจัดระดับความสุกได้เองด้วยค่ะ… จุดเด่นอีกอย่างของทางร้านก็คือ การที่เราสามารถปรุงเพิ่มได้เอง เรียกได้ว่าเป็นการคุ๊กกิ้งย่อมๆเลยน้า เพราะทุกโต๊ะจะมีซอส 2 ตัว อันได้แก่ ซอสคาราคูชิ (ออกเค็ม) และอามาคูชิ (ออกหวาน) นอกจากนี้ก็ยังมีขวดเกลือ และพริกไทยวางอยู่ด้วย! เพื่อให้เรา DIY รสชาติกันอย่างสบายใจ 
 

     และถ้าดูโลโก้แบรนด์ให้ดี จะเห็นเป็นจานผสมสีน้ำในสมัยโบราณ ซึ่งสื่อถึงการแต่งแต้มสีสัน หรือความสุข ความอร่อยให้กับผู้คนนั่นเอง ซึ่งเป็นคอนเส็ปหลักของ Pepper Lunch ที่ว่า “Sizzle It Your Way! เสิร์ฟร้อนอร่อยสไตล์คุณ” เป็นไงหล่ะ สตอรี่มาปังมั่กๆ ชิ้งยอมรับเลยค่ะว่า พอได้มารู้ detail เล็กๆน้อยๆแบบนี้แล้ว แอบขนลุกเลยค่ะ มีใครเป็นเหมือนกันมั้ยค้า ^___^’ อิอิ 
 

    เอาหล่ะ มาพูดถึงเมนูกันบ้างเน๊าะ อาหารที่นี่ถือว่าหลากหลายค่ะ มีมากกว่า 50 รายการเลยทีเดียว ทั้งเมนูสเต็ก ข้าวเปปเปอร์ สุกี้ยากี้ เทริยากิ ยากินิกุ แกงกะหรี่ ฯลฯ สามารถแบ่งได้เป็น 7 ประเภทหลักๆ 
1. Pepper Rice เมนูขายดีตลอดกาล! ข้าวสวยญี่ปุ่น นำมาคลุกเคล้ากับเนย และพริกไทยสุดพิเศษ ทานคู่กับเนื้อหมู ไก่ เนื้อ และแซลม่อน แล้วพริกไทยที่เนี่ยพิเศษยังไงอ่ะหรอคะ? บอกเลยว่าเค้าต้องบดใหม่ทุกเช้า ถ้าเหลือคือต้องทิ้งๆและทิ้งเท่าน้านนนน อื้อหือ สมแล้วที่ชื่อ Pepper Lunch!
2. Premium Steak นำเข้าเนื้อวัวมาจากออสเตรเลียและอเมริกา
3. Tappan Pasta อิตาเลี่ยนฟิวชั่นที่ผสมผสานความเป็นญี่ปุ่นลงไป
4. Sizzling Curry Rice ข้าวแกงกะหรี่ญี่ปุ่นยอดฮิตเสิร์ฟบนจานร้อน
5. Combo Deluxe สเต็ก 2 in 1 ในกระทะร้อนเดียว เลือกเนื้อสัตว์ได้ 2 ชนิด เผื่อใครที่รักพี่เสียดายน้อง
6. Japanese Classics นำเมนูญี่ปุ่นยอดฮิตที่เราคุ้นเคยมาเสิร์ฟบนกระทะร้อน
7. Cheesy Omelette ออมเล็ตชีสยืดๆ เลือกทานได้กับเนื้อสัตว์ และซอสที่ชอบ

 
 มาถึงตรงนี้แล้วกินกันเหอะ เก๊าหิวแย้ววววววว... จัดไปกับ
***จานแรก ข้าวเปปเปอร์จัมโบ้เนื้อ*** 

 
ข้าวเปปเปอร์จัมโบ้เนื้อ (Jumbo Beef Pepper Rice)
 

A La Carte 220.-/ Set 275.-

 

เพิ่มปริมาณเนื้อ U.S. Beef มากก่าแบบปรกติ!

 

สั่งเพิ่มชีสไปค่ะ ราดลงไปเลยจ้า

 

 
     วิธีกิน ให้ใช้ช้อนกดลงไปตรงกลางกระทะ เพื่อให้เนยที่อยู่ด้านในโดนความร้อนจากกระทะ จากนั้นก็คลุกเคล้าข้าว เนื้อ และส่วนผสมอื่นๆไปพร้อมๆกันจนเนื้อสุกในเวลที่ชอบ ส่วนตัวแนะนำให้ใส่ซอสอามาคูชิ และคาราคูชิเพิ่มค่ะ ชิ้งจะใส่อามาคูจิ (ซอสหวาน) เยอะก่าหน่อย แล้วโรยพริกไทยไปอีก ฟินมั่กๆ พลังฝุดๆ
 

ยืดขนาดไหนถามใจเธอดู อิอิ

 
     “ชิ้งชอบน้า มันหอม และร้อนจนคำสุดท้ายจิงๆล่วย ข้าวโพดหวานที่โบ๊ะข้าวมา ช่างเข้ากับอะไรเนยๆได้ดี เคี้ยวแล้วมีความกรุบกรับ พอตักเข้าปากแล้วทุกอย่างช่างหอมตลบอบอวน พอเคี้ยวอยู่เพลินๆ ก็ได้กลิ่นพริกไทยที่บดมาใหม่ๆตัดออกมาได้อย่างน่าสนใจ ไหนจะชีสยืดๆนั่นอี๊ก! เมนูนี้แนะนำค่ะ”
 
มาที่เมนูถัดไปกันเลยกับ
***จานที่ 2 เปปเปอร์สเต็กค่า***

 

เปปเปอร์สเต็ก (Pepper Steak)

 

A La Carte 398.-/ Set 453.-

 

Australian Striploin

 



     วิธีกิน ให้เกลี่ยเนยไปให้ทั่วชิ้นเนื้อ แล้วพลิกด้วยนะคะ เนื้อจะได้สุกทั่วกัน และเมื่อได้ระดับความสุกที่ชอบแล้ว ก็ให้วางชิ้นเนื้อไปวางพักบนผักค่ะ 
 
อ้ามมมมมม...
 
     “Australian Striploin ชิ้นนี้ถือว่านุ่มเลยทีเดียวค่ะ ชอบอีกอย่างตรงที่เราสามารถเลือกระดับความสุกได้เอง สำหรับชิ้งต้อง Medium rare ค่อนไปทาง Medium เท่านั้น ห้ามสุกก่านี้! เพราะเนื้อที่สุกเวลนี้ จะฉ่ำ Juicy และนุ่มลิ้นเป็นที่สุด จากนั้นก็ราดอามาคูชิ (ซอสหวาน) ไปนิด คาราคูชิ (ซอสเค็ม) ไปหน่อย แล้วโรยพริกไทยอีกนิดนุง กินแนมกับข้าวโพดและถั่วงอกที่เสิร์ฟมาในจาน ในปากนะ มันตลบอบอวนไปด้วยกลิ่นเนื้อ เนย พริกไทย แถมได้รสสัมผัสของข้าวสวยญี่ปุ่นนุ่มๆ คือสุดหัวใจคอเนื้ออย่างชิ้งมั่กๆเลยค่า
 
จานถัดมาขอเอาใจคนรักแกงกะหรี่บ้างเน๊าะ กับ
***จานที่ 3 ข้าวชีสซี่ออมเล็ตเนื้อซอสแกงกะหรี่***

 

กับข้าวชีสซี่ออมเล็ตเนื้อซอสแกงกะหรี่ (Cheesy Omelette Beef with Curry Sauce)


A la carte 265.- / Set 320.-


ราดแกงกะหรี่ลงไปในกระทะร้อนให้ดังฉ่าๆๆ ^___^


เมนูนี้ใช้ U.S. Beef 


มีเนยวางบนเนื้อสไลด์เพิ่มความฟินมาให้อีกแร้น รู้ใจกันจีจี!


งานชีสตัองยืดโชว์สิครัช! อิอิ


งั่ม...

 
     “ออมเล็ตชีส ฟาดชีสมาแบบจัดเต็ม เพราะยืดทุ้กคำค่ะ! ส่วนเนื้อสไลด์เป็นเนื้อนำเข้าจากอเมริกา ชุ้งชิ้งขอเตือนเลยว่าอย่าลืมเกลี่ยเนยไปให้ทั่วเนื้อด้วยน้า ไม่งั้นจะฟินไม่สุด! และถ้าใครอยากเผ็ดเพิ่มก็เติมพริกป่นเอาเน๊าะ
 
 ขอเอาใจคออิตาเลี่ยนซักหน่อย กับ
***จานที่ 4 พาสต้าซีฟู้ด***

 

พาสต้าซีฟู้ด (Seafood Aglio Olio)


A la carte 160.- / Set 215.-


เส้นสุกกำลังดีเลยค่ะ ไม่กรุบไป ไม่เละไป


มีทั้งกุ้ง ปลาหมึก และหอยลายมาคับจาน


     “ก่อนกินต้องคลุกด้วยนะคะ จากนั้นค่อยราดซอสโอลีฟสเต็กซอสที่เสิร์ฟมาพร้อมกัน และเหมือนเดิม ชิ้งขอใส่ซอสอามาคูชิ กับคาราคูชิเพิ่มไปอีกซักหน่อย และไม่พลาดที่จะเหยาะพริกไทยอีกเหมือนเคย
 

     มาถึงเมนูสุดท้าย บอกเลยเมนูนี้ถ้าใครใช้บริการ AIS ยิ่งห้ามพลาดเป็น 2 เท่าเลยค่ะ เพราะอะไรอ่ะหรา เดี๋ยวเก๊าค่อยเฉลยน้า ^___< กับสุกี้ยากี้หมู หรือ ไก่

สุกี้ยากี้หมู (Sukiyaki)
บอกเลย Set นี้ ปรกติ 263.- แต่สำหรับลูกค้า AIS จ่ายแค่ 199.- พอครัช


จานร้อนมาแบบนี้ หัวใจละลายหมดเลยเน๊าะ แฮร่!


พร้อมแล้วก็ราดซอสสุกี้สไตล์ญี่ปุ่นลงไปเลยจ้า


เดือดปุดๆๆๆทำให้หัวใจคึกคัก ^___^


     “ซอสสุกี้ญี่ปุ่นออกหวานแต่ไม่หวานจนเกินไปเหมือนบางร้าน ชิ้งแนะนำให้คลุกหมูให้สุกซะก่อนนะค้า ตามด้วยคลุกผักไปบนกระทะร้อน ให้ได้อารมณ์ปิ้งย่างเบาๆ จากนั้นค่อยเติมซอสสุกี้ลงไป สุดท้ายเก๊าะคีบเนื้อหมูนุ่มๆฉ่ำๆไปจุ่มกับทะเลไข่แดงเยิ้มๆ กินกับข้าวสวยญี่ปุ่นร้อนๆ โอ้ย! หิวข่ะ >.<
 

     ขอย้ำสิทธิพิเศษจาก AIS อีกครั้งนะก๊ะ จะได้ชัดๆกันไป...

ลูกค้า AIS ซื้อเซ็ตเมนูสุกี้ยากี้หมูแบบนี้ หรือเซ็ตสุกี้ยากี้ไก่ พร้อมข้าวสวยข้าวสวยญี่ปุ่น 1 ถ้วยและเครื่องดื่ม 1 แก้ว
ได้ในราคา 199 บาท จากปกติ 243 บาท ที่ร้าน Pepper Lunch ทุกสาขา (ยกเว้นสาขาดอนเมือง) เริ่ม 15 ก.ค. – 30 ก.ย.59 เท่านั้นค่ะ


ข้อมูลเพิ่มเติมคลิกไปที่ www.ais.co.th/privilege/index.aspx
 

สุดท้ายก็ต้องบอกว่า นอกจากรสชาติอาหารจะอร่อย และได้สนุกแล้ว ชิ้งก็ยังแอบประทับใจในบริการของ Pepper Lunch ด้วยค่ะ ทั้งกระดาษกันความร้อน (Oil Ring) ที่มีหน้าที่ทั้งกันกระเด็น แถม remind ให้เราไม่ไปจับโดนด้วย หรือจะในเรื่องของครัวเปิด ทำให้เราเห็นการปรุงทุกขั้นตอน
 

และที่สำคัญสำหรับผู้หญิงขี้เกียจสระผมอย่างชิ้ง เอ้ย! ผู้หญิงรักอนามัยอย่างชิ้งจิ แฮร่! ก็คือเรื่องกลิ่น หลายๆสาขาของ pepper lunch ติดตั้งเครื่อง Air Cleaner แล้วนะคะ กลิ่นจะได้ไม่ฮาร์ดคอร์จนเกินไป คือกินแล้วยังสามารถนัดเดทกับหนุ่มๆต่อล่าย อิอิ
 

ส่วนการตกแต่งภายในร้าน จะเน้นความเป็นกันเอง เรียบง่าย ทางร้านจะเน้นวัสดุที่ทำจากไม้ ส่วนผนังร้านตกแต่งด้วย อิฐ สามมิติ และภาพวาดสเก็ต ให้ความรู้สึกสบาย เป็นกันเอง แต่ยังคงรักษาไว้ซึ่งสไตล์ญี่ปุ่น และกลมกลืนไปกับ โทนสีดำที่ดูทันสมัยแบบนี้ค่ะ
 







 
ส่วนสาขาของเปปเปอร์ ลันช์ ทั้ง 18 สาขา ก็ตามนี้เลยจ้า
1.  สาขาเซ็นทรัลเวิลด์                                                             ชั้น 6 โซนเอเทรี่ยม
2.
  สาขาจามจุรีสแควร์                                                              ชั้น 2  
3.
  สาขาเซ็นทรัลพลาซา บางนา                                              ชั้น 5 (The Balcony Zone)
4.
  สาขาฟอร์จูนทาวน์                                                               ชั้น 1 (Food Mall Zone) 
5.  สาขาบิ๊กซี พระราม 4                                                            ชั้น G 
6.
  สาขาแฟชั่นไอส์แลนด์                                                         ชั้น 1 (ฝั่ง BigC)
7.  สาขาเซ็นทรัลพลาซา  ลาดพร้าว                                         ชั้น G
8.  สาขาเทอร์มินอล 21                                                             ชั้น 4
9.  สาขาเซ็นทรัลพลาซา แกรนด์ พระราม 9                              ชั้น 6
10. สาขาเมกาบางนา                                                                ชั้น 2  (Mega Food Zone)
11. สาขาเดอะมอลล์ท่าพระ                                                      ชั้น 1
12. สาขาสีลมคอมเพล็กซ์                                                         ชั้น B      
13. สาขาสุพรีมคอมเพล็กซ์                                                       ชั้น 1
14. สาขาเซ็นทรัลพลาซา เวสเกต                                             ชั้น 3
15. สาขาเซ็นทรัลพลาซา ปิ่นเกล้า                                            ชั้น G
16. สาขาสยามสแควร์วัน                                                           ชั้น 5
17. สาขาดอนเมือง                                                                    ชั้น 4 (อาคาร 2 แมจิก การ์เด้น)
18. สาขาฟิวเจอร์พาร์ครังสิต                                                     ชั้น G
 
ส่วนสาขาใหม่ล่าสุด
19. สาขาเซ็นทรัลพลาซา พระราม 2                                         ชั้น 4  (เปิดบริการ 6 ส.ค. 59)

สามารถรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
Facebook :  pepperlunchthailand 
Instagram :  pepperlunchthailand
หรือ  www.pepperlunchthailand.com
 
LINE it!
ติดตามบทความดีๆ รีวิวอาหาร สูตรทำอาหารได้ที่นี่

สัญชาติอาหาร

:

ORIENTAL DELIGHT

ร้านอาหาร

: คนชอบกระทะร้อนต้องโดน! รีวิว 5 อันดับสุดยอดเมนูขายดีที่ Pepper Lunch by ChingCanCook

ที่อยู่

:

เปิดบริการ

:

โทรศัพท์

:

เว็บร้าน

:

พิกัดแผนที่ (GPS)

:

การเดินทาง

Last Edited : 29/07/2016