รีวิวเมนูใหม่ล่าสุดจาก Ootoya มีทั้ง Main Course และขนมหวาน ดูจิ๊ว่าจะ ...ถึงรส ถึงชาติ ญี่ปุ่นแท้ๆ จิงม้ายย?

LINE it!

ถ้าคิดถึงโอโตยะ ชิ้งจะนึกถึงอาหารญี่ปุ่นสไตล์โฮมเมด (Japanese Homemade Cooking Style) ประมาณอาหารที่คุณแม่ทำให้สมาชิกในบ้านทาน ซึ่งต้องปรุงมาจากความใส่ใจในทุกขั้นตอน เหมือนเวลาที่ชิ้งลงมือเข้าครัว ก็จะปราณีตตั้งแต่การล้าง การหั่น การปอก การเตรียม แล้วก็ไม่ลืมที่จะใส่หัวใจรักลงไปในทุกขั้นตอนด้วยค่ะ ฮิ้วววววววววว คือมันจะมีเสน่ย์ของความเป็นโฮมเมดอยู่ในนั้นอ่ะเน้อ อิอิ ^____^
 
 
ซึ่งเอกลักษณ์หนึ่งที่ทำให้โอโตยะโดดเด่นมากๆ...

นั่นก็คือ “เทโชกุ”  ซึ่งเป็นศาสตร์ในการกินอาหารแบบฉบับของคนญี่ปุ่นแท้ๆ โดยจะจัดอาหารให้ครบตามหลักโภชนาการ และเน้นเรื่องการคัดสรรวัตถุดิบมั่กๆ
เราเลยคุ้นตากับการเสิร์ฟอาหารมาเป็นเซ็ต ประกอบด้วย
1. อาหารจานหลัก
2. อาหารเคียง
3. ข้าว
4. ซุป

เพราะเค้าเชื่อว่าการกินอาหารตามหลักโภชนาการแบบนี้จะทำให้มีสุขภาพแข็งแรงและอายุยืนค่ะ มิน่า! คนญี่ปุ่นมักจะอายุยืนก็เน๊าะ! และเพราะว่ามาจากเจแปนแท้ๆ เค้าจึงเน้นมากให้คงรสชาติแบบออริจินอลเอาไว้ ประมาณกินที่ญี่ปุ่นรสชาติไหน กินที่ไทยก็ต้องเป๊ะแบบนั้นเลยจร้า

จนเกิดเป็นสโลแกนว่า “ถึงรส ถึงชาติ ญี่ปุ่นแท้ๆ” ซึ่งวันนี้เรามาพิสูจน์ไปด้วยกันค่ะ ^___<
 

เอ...แล้วมีใครรู้มั้ยเอ่ยว่า Ootoya แปลว่าอะไร? โอโตยะแปลว่า “ประตูใหญ่” ค่ะ คนตั้งชื่อน่าจะอยากสื่อว่าเป็นประตูบานใหญ่ที่ต้อนรับลูกค้าทุกท่าน ^____^ ส่วนอายุอานามก็ไม่เด็กแล้วค่ะ โอโตยะอายุ 55 ขวบแร้น
 
ประวัติ Ootoya
-  ร้านแรกเปิดในปี ค.ศ. 1958 อยู่ในย่าน Ikebukuro, Tokyo
- ปัจจุบันมี 300 สาขาบวกๆทั่วญี่ปุ่น
- เข้ามาเปิดที่เมืองไทยตั้งแต่ปี 2548 ที่ J-Avenue ทองหล่อ บวก ลบ คูณ หาร ก็ 10 ปีพอดิบพอดี
 
ก็ต้องถือว่ามีความแข็งแรงเลยทีเดียว เพราะมีตั้ง 47 สาขาทั่วประเทศเราเข้าไปแล้ว แต่ถ้าใครขี้เกียจเดินทาง ก็ใช้บริการ Ootoya Delivery โลด!
 
แบบนี้จะช้าอยู่ไย เรามาเริ่มที่จานแรกกันเลยนะคะ
1. เมนู ปลากะพงแดง (โอกิเมได) หมักซอสโชยุโคจิย่างถ่าน (Charcoal Grilled Okimedai with Shoyukoji Sauce)

 

 

ทางร้านใช้ปลาโอกิเมไดหรือปลากะพงแดงนำเข้าจากญี่ปุ่น ปลาชนิดนี้ขึ้นชื่อว่ามีกรดไขมันโอเมก้า – 3 สูง คนรักสุขภาพน่าจะชอบกัน ชิ้นปลาถูกหมักด้วยซอสโชยุโคจิ ซึ่งเป็นซอสถั่วเหลืองชนิดนึง ที่หอมและรสชาติ strong เพื่อช่วยดึงให้รสชาติของอาหารทะเลโดดเด่นและชัดเจนมากยิ่งขึ้นค่ะ
 
จากนั้นก็นำมาย่างบนถ่านไม้ที่สุกมากำลังดี ซึ่งเรื่องนี้สำคัญนะคะ เพราะถ้าย่างสุกไปหรือ under cook จะทำให้วัตถุดิบดีๆเสียของอย่างแรวง! ส่วนตัว ชิ้งชอบที่เค้าเลือกใช้ปลาส่วนที่ค่อนข้างมัน พอเข้าปากแล้วจะได้รสสัมผัสนุ่มๆ มันๆ หวานจากเนื้อปลาที่สดจิง พอกัดเท่านั้นแหล่ะ กลิ่นย่างถ่านมันหอมจีจี มันเป็นกลิ่นเฉพาะ คือถ้าไม่ได้ย่างถ่านจะไม่ได้กลิ่นนี้ ขอบอก! แถมการย่างบนเตาถ่านแบบนี้จะยิ่งทำให้ตัวซอสโชยุโคจิที่ใช้หมักส่งกลิ่นหอมเย้ายวนขึ้นไปอีกด้วยค่ะ เสิร์ฟมาพร้อมกับหัวไช้เท้าขูด ซึ่งทางร้าน proudly presents มั่กๆว่าจะขูดสดก่อนเสิร์ฟเท่านั้น เพื่อคงรสชาติหวานสดชื่นของหัวไช้เท้าเอาไว้

 

ภายในเซ็ตก็จะมีไข่ตุ๋น ซุป ผักดองต่างๆด้วยค่ะ ขอชมว่าข้าวอร่อยมาก นุ่ม หอม อร่อย
 

 

ไข่ตุ๋นอร่อยเลย ปรกติชิ้งไม่ชอบไข่ตุ๋นญี่ปุ่นนะคะ ไม่รู้สิชอบไข่ตุ๋นไทยมากกว่า แต่ทางร้านทำออกมาได้ดี กลมกล่อม หอม ไม่เหมือนไข่ตุ๋นญี่ปุ่นที่ร้านทั่วไปเลยค่า ดูจากหน้าตาก็ไม่เหมือนเน้อ เป็นไข่ตุ๋นเพียวๆที่ไม่ได้ใส่เนื้อสัตว์ใดๆค่ะ
 

 

ในซุปจะมีแครอท เผือก หอมใหญ่ ประมาณนั้นค่ะ รสชาติที่เราคุ้นเคย
 
มาต่อกันด้วยเมนูถัดมาเลยนะคะ
2. เมนูไก่ทอดในน้ำซุปหอมใหญ่กับหัวไช้เท้าฝน (Fried Chicken in Onion & Grated Radish Soup)

 

ทางร้านเลือกใช้ไก่ S-Pure เนื้อนุ่มคลุกเกล็ดขนมปังแล้วไป deep fry เมนูนี้ให้อารมณ์ประมาณคัตสึด้ง แต่เปลี่ยนจากหมูทอดมาเป็นไก่ทอด และไม่ราดไข่ ก็น่าสนใจดีค่ะ รสชาติทานง่าย อร่อยกันได้ทุกเจน น้ำซุปใช้ปลาแห้งและสาหร่ายญี่ปุ่นเป็นเบส ออกแนวน้ำจิ้มเทมปุระ แต่เป็นสูตรใหม่ของทางโอโตยะเอง ในซุปก็จะมีรากบัวและปวยเล้งเพิ่มวิตามินและเกลือแร่ด้วยค่ะ
 

 

**คำแรกแนะนำให้กินเพียวๆ mixer ไม่ต้อง ^ ^’ แต่คำถัดมาแนะนำให้ลองบีบเลม่อนลงไปซักนิดนุงค่ะ เพิ่มมิติความเปรี้ยว จะได้ฟินอีกอารมณ์ ซึ่งดีออก! เมนูเดียว ทำให้ฟินได้ตั้ง 2 เวอร์ชั่น ส่วนตัวชิ้งชอบทั้ง 2 แบบเลยค่ะ บีบมะนาวก็สดชื่นตัดเลี่ยนได้ดีน้า
 

มาถึงเมนู Main Course เซ็ตสุดท้ายแล้วค่ะ

3. หมูหมักซอสโชยุโคจิย่างถ่าน (Charcoal Grilled Pork with Shoyukoji Sauce)

 

 

 

ทางร้านเลือกใช้หมู S-Pure ซึ่งเป็นหมูที่คุณภาพสูงต้องผ่านกฏเกณฑ์นั่น นี่ นู่นมากมาย มาหมักกับซอสโชยุโคจิอีกแล้วค่ะ แล้วย่างให้สุกบนเตาถ่านร้อน ๆ จนหอมอย่างมีเอกลักษณ์ ผิวด้านนอกจะกรอบๆเกรียมๆ แต่เนื้อด้านในยังฉ่ำหวาน ไม่แห้ง ซึ่งเป็นผลมาจากการย่างด้วยเตาถ่านนั่นเอง

ที่สะดุดตาชิ้งตั้งแต่แวบแรกน่าจะเป็น ซอสสีเขียวที่เห็น สีสวยจัง แวบแรกชิ้งนึกว่าจะจัดจ้าน แต่พอกินจิงๆไม่ใช่เลย เพราะที่แท้มันคือซอสที่ได้จากผักอย่างปวยเล้ง (Horenso) ผสมเทอร์นิป (Kabu) ตัวซอสออกข้นอย่างกับซุปเลยค่ะ รสชาติจะหวานอ่อนๆจากผัก กินแล้วได้วิตามินและใยอาหาร ดีต่อสุขภาพอีกแย้ว
 
หลังจากอิ่มจากจานหลักกันแล้ว มาต่อกันที่เมนูขนมหวานใหม่ล่าสุด 3 เมนูนี้เลยนะก๊ะ ^___^

 


 

 
เมนูแรกคือ

1. วาราบิโมจิกับไอศกรีมค่ะ
เสิร์ฟมาพร้อมถั่วแดงบด ส่วนไอศกรีมมีชาเขียวและวนิลาให้เลือก พอราดน้ำเชื่อมก็กินได้เลยจ้า ที่เด่นๆน่าจะเป็นวาราบิโมจิที่คลุกแป้งคินาโกะ (คินาโกะทำมาจากถั่วเหลืองที่นำไปคั่ว พอปอกเปลือกออกแล้วบดจนละเอียดเป็นผง) ส่วนวาราบิโมจิเป็นขนมโบราณ ทำจากแป้งวาราบิ texture เค้าจะหนึบๆ เหนียวๆ นุ่มๆ หวานอ่อน อร่อยดีค่ะ แถมรู้สึกดีต่อสุขภาพด้วย กินแล้วไม่ค่อยรู้สึกผิดเท่าไหร่ อิอิ

 

อั้ม...

เมนูแรกก็อร่อยดีค่ะ แต่ชิ้งแอบชอบเมนูที่ 2 นี้มากก่า ^___^

2. ไอศกรีมชาเขียวในน้ำเต้าหู้
เหมือนกันเลยคือมี 2 รสชาติให้เลือก คือไอศกรีมชาเขียวกับวนิลา เสิร์ฟมาพร้อมกับโมจิ ถั่วแดงบด และวุ้นชาเขียว พอราดน้ำเชื่อมคุโรมิสึก็จ้วงเลยจ้า ชิ้งชอบที่มี texture หลากหลายให้สัมผัสดี หวานแต่ไม่เจี๊ยบ น้ำเต้าหู้ก็หอมกลมกล่อม กินแล้วลื่นคอ ไม่แห้ง

 

 

มาถึงเมนูขนมหวานที่ชนะใจชุ้งชิ้งในวันนั้นค่ะ เมนูนี้เลย

3. พุดดิ้งไข่

 

 
 
 
เมนูนี้แนะนำเลยจ้า เราจะได้สัมผัสกับพุดดิ้งไข่หอมๆ เนื้อนวลเนียน เนื้อเค้าจะฟูๆน้า ไม่ได้ออกแนวเจลลี่ คือมันละมุนในปากมากๆ อ้อ ต้องราดน้ำเชื่อมคุโรมิสึด้วยน้าถึงจะฟิน เป็นไงกันบ้างคะ น่าทานมั้ยเอ่ย? ชุ้งชิ้งขอจบรีวิวแต่เพียงเท่านี้ แล้วคราวหน้าจะพาไปเที่ยวไหน กินอะไร ยังไงต้องฝากติดตามกันด้วยนะคะ วันนี้ไปแระ บะบาย...
 

เพื่อไม่ให้พลาดข่าวสารดีๆจาก Ootoya เพื่อนๆสามารถเข้าไปติดตามได้ที่...

https://www.facebook.com/ootoyathai/
https://www.instagram.com/ootoyathai/
https://twitter.com/ootoyathai
LINE it!
ติดตามบทความดีๆ รีวิวอาหาร สูตรทำอาหารได้ที่นี่

สัญชาติอาหาร

:

ORIENTAL DELIGHT

ร้านอาหาร

: รีวิวเมนูใหม่ล่าสุดจาก Ootoya มีทั้ง Main Course และขนมหวาน ดูจิ๊ว่าจะ ...ถึงรส ถึงชาติ ญี่ปุ่นแท้ๆ จิงม้ายย?

ที่อยู่

:

เปิดบริการ

:

โทรศัพท์

:

เว็บร้าน

:

พิกัดแผนที่ (GPS)

:

การเดินทาง

Last Edited : 28/12/2015